July 11, 2009

ศึก OS

สวัสดีครับ....ไม่รู้ว่าตอนนี้ ยังมีใครเฝ้าติดตามไดฯ นี้อยู่เปล่าน้า....
เพราะเจ้าของไดฯ ขี้เกียจอัพเดทบ้าง....งานเยอะบ้าง....ทำให้เรื่องราวในไดฯ นี้ อัพเดทไม่ค่อยต่อเืนื่อง

===============================================

แต่พอดีช่วงนี้ เห็นประ้เด็นหนึ่งที่กำลังร้อนแรงบนโลกอินเตอร์เน็ต นั้นคือ การที่ บ. Google ทำระบบปฏิบัติการ หรือ OS (aka, Operating System) ของตัวเองสำหรับเครื่อง Netbook (หมายถึง เครื่องโน็ตบุคอันเล็กๆ) ในนาม Chrome OS

งานนี้ เล่นเอาหนาวๆ ร้อนๆ กันเป็นแถว....ไล่จาก ไมโครซอฟท์ เ้จ้าของ OS นามระบือ Windows, ตามมาด้วย Apple ของนายจ๊อบส์ และรวมไปถึงชุมนุม Linux ทั้งหลายแหล่...

เนื้อข่าวเป็นไง คงต้องไปติดตามอ่านเองหล่ะกันนะครับ...

แต่สิ่งที่ผมพบจากข่าวนี้คือ...สะท้อนใจกับประเทศของเรานอกจากจะเก่งเรื่องทะเลาะกันแล้ว ยังท่าดีทีเหลวกับเรื่อง "ระบบปฏิบัิติการแห่งชาติ" ที่ยังไม่ไปถึงไหนเลย?

เมื่อหลายปีก่อน...องค์กรมหาชนของเรา ได้ออก "ระบบปฏิบัิติการแห่งชาติ" ในนาม Linux TLE (อ่านว่า ลินุกซ์ทะเล) เล่นเอาหือหาพักหนึ่ง...และตอนนี้ ก้อเงียบหายไปกับสายลม (แต่ก้อยังมีการพัฒนาต่อนะครับ...ดูจากที่นี่ได้)

คำถามที่คาใจผมมากๆ คือ "ทำไมโครงการณ์นี้ไม่ประสพความสำเร็จ?" บางคนก้อบอกว่า Linux ใ้ช้ยาก, บางคนบอกว่าคนส่วนใหญ่ติด Windows, บางคนก้อโทษไปนู้นว่า เพราะใน รร.สอนเด็กว่า Computer คือ Windows

ฯลฯ

ต่างๆ นานาว่ากันไป....แต่เท่าที่ผมสังเกตดู คนส่วนใหญ่มองว่า "ระบบปฏิบัิติการแห่งชาติ" นั้นคือ Linux ทำให้รู้สึกไม่อยากใช้...

สำหรับผมแล้ว...ผมว่า ถ้าปัญหาเกิดจากคนส่วนใหญ่รังเกียจว่ามันเป็น Linux เราลองมาแก้ไขปัญหานี้แบบชาวบ้านๆ กันดูไหมครับ เพื่อจะได้ผล...

วิธีการคือ แก้ Wallpaper ของเครื่องให้เป็นดังรูปข้างล่างซะ...พอเราบูตขึ้นมา คนจะได้เลิกสนใจว่ามันเป็น Linux หรือเปล่า?


ใครนำไปใช้แล้วได้ผล...ก้อฝากมาเมนต์ตอบในไดฯ ผมด้วยนะ :D

July 8, 2009

มันมาอีกแล้ว....

เหตุเกิด ณ ตอนเย็นบริเวณ BTS อ่อนนุช....

กระผมกำลังเดินโต๋เต๋ เพื่อหาทางกลับบ้านนั้น...ก้อมีผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ตัวแบบพนักงานออศฟิศทั่วๆไป... ท่าทางมีอายุหล่ะ เดินเข้ามาทัก

"พี่ค่ะ..คือว่าบ้านอยู่สายใต้ใหม่นะค่ะ วันนี้ พึ่งมาทำงานที่โลตัสอ่อนนุชวันแรกอ่ะค่ะ....เลยอยากขอเงินพี่ซัก 45 บาท เพื่อกลับบ้าน...."

ป้าด....มันมาอีกแล้ว (ดูเรื่องเก่าๆ)
แต่บังเิิอิญในกระเป๋าตังค์ผมนั้น ผมจำได้ว่า ไม่มีแบงค์ย่อย ก้อบอกปัดไปว่า "ไม่มีเงินครับ" แล้วเิดินออกไป...

ระหว่างทางที่เดินนั้น ในใจก้อคิดสองจิตสองใจว่า "เอ...เค้าไม่มีเงินจริงๆ เปล่าว่ะ?", "การที่เราตอบแบบนั้น...มันจะบาปไหมว่ะนี่..วันนี้ก้อวันพระใหญ่ซะด้วย", "ถ้าเค้าไม่มีเงินจริงๆ เค้าจะกลับบ้านยังไงฟ่ะ", etc.

คิดสะระตะมากมาย....ก้อเดินเข้า 7-11 เพื่อซื้อของเข้าบ้าน และถือโอกาสแลกแบงค์ย่อยไปด้วย....

พอออกจาก 7-11 ก้อกำเงินไว้ 20 บาท กะว่า...จะนำไปให้ผู้หญิงคนนี้ซะหน่อย เพื่อเค้ากำลังเดือดร้อนจริงๆ...แต่ผลคือ "หาไม่เจอ"

อ่า...แสดงว่าหาเงินกลับบ้านได้แล้วซินะ :D

คิดอีกที โชคดีจัง ที่ไม่ใช่เงินในกระเป๋าตูที่ต้องให้เค้า....อิอิ

ปล. สุขสันต์วันเข้าพรรษาทุกคนครับ :D

ปล2. วันนี้กำลังเิดินขึ้นรถไฟฟ้าเจอเพื่อนขมด้วย

July 6, 2009

ไฟไหม้

หลังจากที่กระผมได้กลับมาจากเมืองญวณ เมื่อสองวันก่อน..วันนี้ก้อเป็นวันแรกที่เิริ่มไปทำงานที่ office ประเดิมวันนี้ มีเรื่องหน้าแตกเลย...

เรื่องของเรื่อง....คือว่า ทุกเช้าผมจะโทรไปสั่งกาแฟร้านใกล้ๆ office ไว้...พอลงรถไฟฟ้าปุ๊บ ก้อรับกาแฟปั๊บ

แต่วันนี้ โทรไป..เ้จ้าของร้านบอกว่า วันนี้ร้านปิด เปิดอีกทีวันพุธนะคร๊าบบบบ....

ในใจพี่แกคงคิดว่า "เฮ้ย...เมิงไปอยู่โลกพระจันทร์มาเหรอ? พี่มาร์คแกสั่งให้หยุดวันจันทร์เพิ่มอีกวัน เพื่อกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวในไทย"

แหม...รู้นะรู้ คิดว่าจะมีแต่พวกข้าราชการเท่านั้นที่หยุด.....แต่ไม่คิดว่าจะ effect เยอะขนาดนี้ แม้แต่แบงค์ยังหยุดเลย ^^"

-----------------------------------><------------------------------------------------

ตอน 5 โมงเย็น...ปรากฏว่า แอร์โดนตัด (ปกติ office ผมเลิก 6 โมง) ก้อเลยโมโห...บอกให้ admin ไปตามยามให้เปิดแอร์คืนด้วย

ขณะเปิดประตูออกไป ก้อได้ยินเสียงว่า "ขณะนี้เกิดเหตุไฟไหม้...โปรดอพยพลงชั้น 1 โดยด่วน และห้ามใช้ลิฟท์ขณะเกิดเพลงไหม้"

พอเสียงพูดจบ...ก้อมีเสียงหวอดังลั่น...

เท่านั้น กำลังประชุมอะไรไม่รู้เลิกเดี๋ยวนั้น สั่งน้องเก็บของให้ได้ภายใน 2 นาที

ส่วนตัวก้อพยายาม Shutdown เครื่องโน๊ตบุคอยู่....จนน้องบอกว่า "พี่ครับ...มันไหม้แล้ว เลิก shutdown เหอะครับ"

เออ....จริง ^^" กำลังลนว่ะ

ส่วนน้องอีกคนถามว่า... "พี่ครับ ต้องขน server ลงไปข้างล่างไหมครับ"

เอ่อ...น้องครับ server ช่างแม่มมันเหอะครับ

ว่าแล้ว office ก้อทำการปิดตัวเองลงภายในเวลา 5 นาที และเริ่มหาลงจากชั้น 17 (ออฟฟิศผม อยู่บนชั้น 17)....หลังจากหาประตูฉุกเฉินได้แล้ว ก้อเริ่มเดินทางลงจากชั้น 17

ระหว่างเดินทางนั้น...น้องๆ ก้อเริ่มซุบซิบกัน เช่น ผมว่ามันไหม้ชั้น 23 แน่ๆ เหมือนได้ยินแว่วๆ, อีกคนก้อทักว่า พี่ว่ามันไหม้ชั้นไหนอ่ะ

เอ่อ...เมิงลงไปคุยกันข้างล่างก้อได้...มันไหม้ในตึกนี้แหละ จะถามหาห่านอะไรกันฟ่ะ กูปวดฉี่จะราด เพราะตกใจจะตายอยู่แล้ว

หลังจากเดินได้ประมาณ 15 นาีที ก้อถึงชั้นล่าง และเจอหน้ายาม พอเจอหน้ายามปุ๊บ ผมก้อเลยถามยามว่า "เออ พี่...มันไหม้ชั้นไหนครับ?"

คำตอบจากพี่ยาม นี่แทบลมจับ : เค้าซ้อมครับ ^^"

แหม...ทำไมซ้อม เมิงไม่มีหนังสือมาที่ office ว่าวันนี้ เมิงจะซ้อมกัน...อีกอย่างพรุ่งนี้ก้อหยุด ทำไมเมิงไม่ซ้่อมกานนนน...

แต่ที่เซ็งกว่าเก่า จะกลับขึ้นไปก้อไม่ได้ (เพราะเค้าปิดลิฟท์) กลับบ้านก้อกลับไม่ได้ (เพราะฝนตกหนักมาก)

คิดอีกที...ก้อยังเซ็งมากกว่านี้ ถ้าบ้าหิ้ว server ลงจากตึก...

ป่านนี้คงเ็ซ็งไม่เลิก :D

July 4, 2009

VN2009 : กลับบ้าน

วันนี้เป็นวันกลับบ้านแล้ว \(^^)/ หลังจากใช้ชีวิตสองอาทิตย์เต็มในเมืองญวณ...

แต่เหตุการณ์วันนี้ันั้น ไม่ค่อยโสภาเท่าไหร่เลย...เริ่มจาก

#1 : เงินหายไป 80 USD โดยประมาณ

หายไปได้ไงฟ่ะ........ห่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
พอเิงินหาย..เลยจำเป็นต้องไปกดเงินที่ ATM ให้เสียค่าธรรมเนียมเล่น (อีกหล่ะ)

และของฝากกลับบ้านเพียงชิ้นเดียวคือ "เงินดอม" อีก ล้านฝ่าๆ

เอามาทามมายยยย.........................

#2 : น้องที่ออฟฟิสทรยศ ไม่มีปาร์ตี้

ห่านนนนนนนนนนนนนนนน....อีกรอบ
ตูอุตสาห์ check-out จากโรงแรมแต่เช้า และเอาของมาเก็บที่ออฟฟิส เพราะพวกเมิงบอกว่าจะมีปาร์ตี้

ผลคือ ผมต้องต้องรอใน office จนกระทั่งบ่ายสอง ค่อยไปสนามบิน..จะเอ็นดูก้อตรงคนที่มาเฝ้าีนี่แหละ ต้องเฝ้าตูจนนาทีสุดท้ายที่ออกจาก office...

#3 : ลืมของฝาก

อุตสาห์ไปซื้อของฝากเต็มไปหมดแต่เย็นวาน
วันนี้ ก้อนำมาเก็บที่ออฟฟิสเพื่อรอเวลากลับบ้าน

พอถึงเวลาเดินทาง....ดันรีบไปนิด ทำให้ลืมของฝากไว้ที่ office T_T

#4 : เกือบไม่ได้ออกประเทศ

เรื่องของเรื่อง คือเวลาเราเข้าประเทศใดๆ นั้นทาง Custom เค้าจะเอาบัตรเข้าประเทศแนบกับ passport เอาไว้

แต่งวดนี้ ตอนเข้าไอ่ Custom ของเมืองญวณมันดันไม่ได้ "เย็บ" บัตรเข้าประเทศกับ passport ผม....

วันขากลับ....ก้อเลยไม่มีไอ่บัตรนี้ ทำให้ Custom ขาออก (ของญวณ) มองผมตาเขียว เพราะมันถามหาไอ่บัตรบ้านี้ แต่ผมบอกว่า "ทำหาย"

ญวณ : (ตาเขียว..แล้วพูดว่า) punishment?
ผม : I don't know..
ญวณ : umm....How much?
ผม : ah....I don't know..
ญวณ : umm....How much?
ผม : ah....I don't know..
ญวณ : (ทำหน้ารำคาญสุดฤทธิ์) ok for first time, next time...can't
ผม : Thanks you...Cam on
(ขอบคุณทุกภาษาที่นึกได้)

แต่ในใจ ณ เหรอ....หึ หึ

F**K YOU!

June 28, 2009

VN2009 : Raining Day

อากาศตอนเช้าแจ่มใส...



แวะทาน "ขนมจีนญวณ" ก่อนไปทำงาน...


กินเสร็จก้อ...ซิ่งไปทำงานต่อ ก้อพบกับอเมซซิ่งเวียดนามระหว่างทาง.....



และมาถึง office ก้อทำงาน..



ตกเย็น...

ก้อฝนตก...ไปไหนไม่ได้ T_T
กลับบ้าน....ก้อไม่ได้

เซ็งโึคตร....

June 25, 2009

VN2009 : ยุ่งเหมือนเดิม

เหมือนอาทิตย์นี้จะยุ่งๆ ไงไม่รู้ แทบจะไม่ได้หาอะไรใ่่ส่หัวเพิ่มเติมเลย...


ดังนั้นกิจวัตรประจำวันก้อเป็นดังนี้ :-

อาหารเช้า - BUN THIT NUONG


อธิบายศัพท์ คำว่า Bun Thit Nuong นั้น...แปลว่าตามตัวคือ หมี่ หมู ย่าง (แต่กูเห็นเมิงทอดชัดๆ) โดยคำว่า Bun (บุ๋น) แปลว่า เส้นหมี่ (อย่างที่เห็นในรูป) คำว่า Thit แปลว่า เนื้อ(หมู) และคำว่า Nuong (เนือง) แปลว่า ย่าง....ที่น่าสังเกตคือ คำว่า เนืองในที่นี้ ก้อคือคำเดียวกับ "เนือง" ใน "แหนมเนือง" น่านแล
ดังนั้น คำว่า แหนมเนือง -> ก้อน่าจะแปลว่า แหนมย่าง :P

วิธีการทำนะครับ...ก้อเอาเนื้อหมู มาทอดในกระทะ (ในรูป) แล้วก้อหั่นเป็นชิ้นๆ...โดยใช้ "กรรไกรตัด" (หวังว่า มันไม่เคยกรรไกรตัดผ้ามาก่อน แล้วกลับใจมาตัดเนื้อหมูนะ T_T) แล้วก้อใส่ "ผักพื้นเมือง" ของเค้า (ผมเข้าใจว่า เป็น โหระพานะครับ เพราะรส และกลิ่นมันคล้ายๆ)

ตามด้วย "บุ๋น" (Bun) หรือเส้นขนมจีนบ้านเรา นี่แหละ โรยกระเทียมเจียว หอมซอย แถมน้ำจิ้ม แค่นี้ก้อเสร็จแล้ว แถมใช้พื้นที่ในการตั้งร้่านสำหรับขายอาหารไม่มากด้วย....

รสชาติ....อร่อยนะครับ ไม่เชื่อลองไปทำที่บ้านดูได้ (วิธีการไม่ยากเลย ใช่ม๊ะ)

อาหารเย็น - Cam Tam

ดูรูปก่อนนะครับ...


จะว่าไปมันก้อคือข้าวแกงนี่แหละ...แต่พิเศษก้อตรง "ตัวข้าว" เพราะว่าเค้าใช้ "ข้าวหัก" มาหุงในกิน แต่บังเอิญบ้านเรา เค้าเอาข้าวหักนี่ให้สัตว์เลี้ยงไม่ใช่ ไว้ให้คนกิน

ก้อเลยรู้สึก แปลกๆ เล็กน้อย :D

ถึงตรงนี้ขออธิบายศัพท์นิดหนึ่งนะครับ คำว่า Cam นั้น แปลว่า ข้าว ดังนั้นไปไหนมาไหนเจอคำนี้ในเมืองญวณ ขอใหู้้รู้ว่า เค้าเป็นร้านขายข้าวสั่ง นะครับ :P

วันนี้ คงไม่มีอะไรมาก...จบตรงนี้ดิ้อๆ หล่ะกัน

สวัสดี :D

June 24, 2009

VN2009 : เรื่อยๆ เปื่อยๆ

ตอนเช้า


อาหารเช้าวันนี้คือ "แซนวิสญวณ" ชื่อภาษามัน มีคำว่า "ban" (บัน) อะไรนี่แหละ....เพราะ คำว่า "บัน" ในภาษาเค้าหมายถึง "ขนมปัง" ครับ :D

ตอนกลางวัน

ออกมาแอบมาดูท้องฟ้าหน้าตึก...



และแอบดูยามหลับ :D


ตอนเย็น

ออกมาหา "เฝอ" (pho) กิน...เป็นเฝอที่อร่อยมาก...ราคาพอๆ กับ กทม. คือชามละ 24 -30 บาท ที่บอกว่า อร่อย ก้อเพราะพึ่งรู้ว่า เฝออร่อยต้อง "สูตรฮานอย" เท่านั้น สูตรอื่นไม่อร่อย...


ตบท้ายก่อนนอนด้วยกาแฟ ท่ามกลา่งสวน....ยังกะร้านอาหารบ้านเราเลยนะ แต่ขายแต่เครื่องดื่ม และฟรี Wi-Fi (กูหล่ะไม่เข้าใจมันจริงๆ)


ก่อนนอน

ดู MV เพลงญวณซะหน่อย...จะได้ update ฟามทันสมัยกะเค้าบ้าง...


อยากจะเรียกว่า ...เป็น "เรน" ฉบับฉวณ ก้อว่าได้....อิอิ

หมดไปอีกหนึ่งวันแล้ว...สำหรับวันนี้ :D