October 11, 2009

เหนือจรดใต้ : Northern Finishing School 2009

อันนี้เป็นตอนที่สอง ของเรื่อง "เหนือจรดใต้" นะครับ (โดยตอนแรก ตามอ่านได้ที่นี่)

หลังจากที่พากันไปชมทางใต้แล้ว...ตอนนี้ ผมก้อมีความจำเป็นต้องไปทางเหนือต่ออย่างเร่งด่วน เพราะว่า วันอาทิตย์ที่ 11 นั้น ต้องไปสอนน้องๆ ที่คณะฯ ที่ตัวเองจบมา ในหัวข้อ "IT Project Management" ของโครงการ "Northern Finishing School" น่านเอง...

สำหรับโครงการ "Northern Finishing School" นั้น เป็นโครงการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาที่จะจบจากมอชอ มีความพร้อมที่จะทำงาน แต่หล่ะหัวข้อที่สอนนั้น เค้าก้อจะเชิญวิทยากรจากที่ต่างๆ มา...

แต่สำหรับผม...เป็นวิทยากรที่เดินทางมาไกลสุด ก้อว่าได้... (คนอื่นๆ อยู่แถวเชียงใหม่กันอ่ะ)

อ๊ะ...อาจจะคิดว่า ผมเดินทางจาก กทม. นะเหรอครับ? เสียใจ...ผมเดินทางจากภูเก็ตมาเลย!

เนื่องจากว่า schedule มันค่อนข้างกระชั้นชิดไปนิด... ดังรูป


เพราะว่า ตอนแรกนั้น จองตั๋วไปภูเก็ตโดยกะว่าจะกลับวันที่ 10 ตอนเย็น แ้ล้วเข้าบ้าน...ก้อกลายเป็นว่า ต้องไปต่อเครื่องที่ กทม. เพื่อจับเครื่องไปเชียงใหม่อีกที...

และแน่นอน เมื่อมาถึงเชียงใหม่..จะเป็นใครไม่ได้ที่มารับผมที่ สนามบิน --> เค้านั้นคือ "พี่ควาย" น่านเอง....และถ้ามาถึงเชียงใหม่ ไม่มีการเม้าท์พี่ควาย ก้อคงเรียกว่า "มาไม่ถึงเชียงใหม่" อยู่แล้วววว....

เพราะเนื่องจากเรื่องไอ่ควาย มันเยอะเกินกว่าจะเขียนในไดฯ กระผมเลยขอข้ามไปก่อนแล้วกัน ขอเข้าเรื่องแต่ Northern Finishing School เลยแล้วกัน...

โดยส่วนตัวเองเลย...ต้องบอกว่า เนื่องจากงานนี้เตรียมตัวแทบไม่ทัน แม้เรื่องที่จะพูดนั้นไม่ยาก (คือไม่ยากเท่าพูดเรื่อง Implement Opensource ERP ก้อเหอะ...) แต่ถ้าหมดมุข ไงก้อกะจะเต้นเพลง sorry, sorry ให้น้องดูไปพลางๆ ก่อน (อีกแล้ว...มุขหากินประจำปีนี้ :P)

แต่เนื้อหานั้น..ยังไม่สำคัญทำยังไงให้น้องๆ ได้รับความรู้ และไม่เบื่อซะก่อน เพราะตัวเนื้อหามันน่าเบื่อมาก (สำหรับผม) และมันเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเด็กๆ มันด้วย

งานนี้มาถึง 5 คน...ก้อเกินความความหมายของผมแล้ว ^^"

เอาเข้าจริง มาเยอะกว่าที่คิดเยอะมาก...การสอนดำเนินการแต่ 9:00 นิดๆ (เพราะผมมาสาย ^^") จนถึงเวลาราว ๆ 4 โมงครึ่ง...

บรรยายการ ณ ตอนจบก้อเป็นดังรูป


ส่วนตอนเย็นนั้น ก้อมีการรับประทานอาหารกับ @juggapong และ @nungning แล้วก้อมาต่อการยัดห่ากับพี่ควาย ก่อนจะเดินทางกลับ กทม. ตอนเช้าวันจันทร์

ส่วนเรื่องราวๆ ที่เหลือนั้นจะเป็นอย่างไร...ขอให้ติดตามต่อตอนหน้า..

October 9, 2009

เหนือจรดใต้ : Software Park Forum2009

อย่างที่บอกมิตรรักแฟนนักอ่านทั้งหมดไปแล้วว่า ช่วงนี้งานเยอะ...ทั้งงานหลักและงานรอง แต่ดูเหมือนช่วงนี้ งานรองจะแซงหน้างานหลักไปแล้ว

และคราวนี้....งานรองของผมคือ "ไปประชุมในงาน Software Park Forum2009" ณ หาดป่าตองจังหวัดภูเก็ต

สำหรับความเป็นไปของงานนี้นะครับ เริ่มจาก...ทาง Software Park จ.ภูเก็ต ได้ทำการเชิญนักลงทุน และผู้ที่ทำงานด้าน IT ทั่ว Asean และทวีป Australia มาประชุม เพื่อดึงดูดนักลงทุน

จะว่าไป...ก้อคล้ายๆ การระดมเงินทุนเข้าพรรคการเมืองนี่แหละ ^^"

แต่จะไม่เหมือนคือ งานมานี้...มาฟรี ไม่การจ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในงาน (เพราะเราไม่มีเงิน แฮ่)

งานนี้นั้น...ถ้าผมว่าประทับใจอะไรนะเหรอ ถึงได้นำมาเขียนลงไดฯ ก้อคงต้องบอกว่า เป็นเรื่องนี้กระมัง...เรื่องมันมีอยู่ว่า...

วันนั้น ตอนเย็น ทางที่ประชุมเค้าก้อเลี้ยงข้าวเย็นผู้มาร่วมประชุม (แบบบุฟเฟห์) ไอ่กระผมก้อนั่งกินคนเดียวแบบเหงาหงอย (เพราะง่วง) ก้อมีอีตาคนหนึ่ง แกนั่งข้างๆ และให้นามบัตรเขียนว่า "ผู้จัดการ *องค์กรมหาชน ประจำจังหวัดภูเก็ต"

แกคงเห็นผมนั่งซึมกระมัง..แกก้อชวนผมคุย ผมก้อคุยกับแก โดยเริ่มจากประโยคที่ว่า "เอ..ไม่ทราบว่าองค์กรมหาชนที่ภูเก็ตนี่...ทำหน้าที่อะไรบ้างเหรอครับ?"

พี่ : ก้อสงเสริมคนให้มาลงทุนใน software park จ.ภูเก็ตนี่แหละ...พี่หล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่า ทำไมคนชอบไปลงทุนสิงค์โปร์กันจัง...ภูเก็ตก้อเป็นเกาะเหมือนกัน ไหนน้องลองบอกพี่ซิ
น้อง : อ่า..คงเป็นเรื่อง transportation ม้างครับ เพราะว่า software park ภูเก็ตมันอยู่นอกเมือง เดินทางลำบาก
พี่ : แหม...เราทำงานด้าน IT กันทั้งนั้น ใครๆ เค้าก้อมีรถยนต์ใช้กัน เดินทางไม่ลำบากหรอก อีกอย่างนะ บ้านเราไม่เหมือนสิงค์โปร์ที่คนแออัดยัดเยียด
น้อง : (อึ้งกับ Vision ของคนระดับผู้บริหารเล็กน้อย) อ่า...
พี่ : บางคนก้อบอกพี่ว่า คงเป็นเรื่อง Infrastructure บ้างหล่ะ...อย่าไปเชื่อเค้าะ ที่ software park ภูเก็ตนะมี บริษัท e-commerce ตั้งสองสามบริษัท เค้าไม่เคยเห็นบ่นเรื่องนี้เลย
น้อง : โห...
พี่ : จริงๆ นา...บริษัทพวกนี้ billing ปีละ 200-300 ล้านบาท มีพนักงานตั้ง 200-300 คน
น้อง : โห...แสดงว่า อินเตอร์เน็ทที่ภูเก็ตดีเหรอครับ? เป็นของ TOT หรือว่า True ครับ?
พี่ : ครับ บริษัทพวกนี้ เค้าต่อ Lease Line เดือนละแสนเอง...นักธรุกิจลงทุนแค่นี้ ยังไงก้อคุ้ม...
น้อง : (อึ้งกับ Vision ของคนระดับผู้บริหารต่อไป....)

โดยส่วนตัว...บอกตรงๆ ว่า ฟัง Vision ของท่านผู้บริหารท่านนี้แ้ล้ว รู้สึกว่า "ไม่อยากจ่ายภาษียังไงไม่รู้" และบางครั้งก้อสงสัยว่า องค์กรฯ นี้เค้าให้ท่านผู้บริหาร "กินหญ้า" ต่างข้าวเหรอครับ ถึงคิดได้แค่นี้ แถมผมยังพาลคิดต่อไปว่า....เค้าไม่รู้ว่าใช้อวัยวะซีกไหนคิด Vision เหล่านี้ออกมานี่....

และถ้าท่านใดได้มีโอกาสได้อ่านไดฯ นี้ ก้ออยากจะช่วยกันขยายต่อไปให้คนระัดับบนๆ ได้ทราบด้วยว่า ทำไมคนถึงนิยมไปลงทุนสิงคโปร์มากกว่าภูเก็ต ....ก้อเพราะว่า "Super Stupid Vision" แหละครับ คงจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ทำไมนะเหรอ?

ไม่ต้องไปเทียบกับสิงคโปร์ให้เมื่อยหรอกครับ....เอา Vision นี้ไปเทียบกับ software park ของญวณที่ออฟฟิศผมตั้งอยู่ดีกว่าครับ ประเทศที่เรารู้ว่า เค้าเป็นคอมมูนิสต์ และล้าหลังกว่าเรา 20 ปี...แถมงานนี้ software park ที่ว่านี้ ก้อมาออกบูธที่งานนี้ด้วย (เพื่อล่าเหยื่อให้ไปลงทุน)

- เค้าประกาศลงใน Boucher เค้าว่า มีรถเมล์สายไหนผ่านบ้าง? ผ่านตั้งแต่กี่โมง ถึงกี่โมง, มีรถลิมูซีนบริการแบบไหนบ้าง (สำหรับนักลงทุนกระเป๋าหนัก), etc.
- ในบริเวณ software park มี internet ความเร็วสูง ผ่าน fiber optic ให้เช่าเดือนละ 2,500 บาท
- tax break เช่นเดียวกับบ้านเรา (คือเป็น 0% เป็นเวลา 8 ปี)
- อนุญาตให้ต่างชาิติถือหุ้นได้ 100% เช่นกัน

เรียกว่า "อายญวณ" ก้อได้....และนี้ก้อเป็นสาเหตุหนึ่งที่ประเทศเราไม่เจริญ T_T

ว่าแ้ล้ว...นักอ่านทั้งหลาย ถ้าใครเห็นด้วยกับความเห็นของผม ก้อโปรดช่วยกัน "อวย" ท่านผู้บริหารฯ ท่านนี้ด้วยเทอญ.....

หมายเหตุ *องค์กรมหาชนนี้ ขอปกปิดนามนะครับ....เพราะปลาเน่าตัวเดียวเอง เดี๋ยวจะไปเหมาเอาว่า องค์กรเค้าไม่ดี ^^"

September 23, 2009

OSSFest

ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปนานมาก เพราะงานหลักเยอะมากๆ แถมมี "งานเสริม" อีกต่างหาก ทำเอาสับสนกับชีวิตน่าดู

และหนึ่งในงานเสริมทีี่รับนั้นก้อคือ การไปออกบูตงาน Opensource Solution Festival ครั้งที่ 9 ซึ่งเป็นงานการรวมตัวของพวก Opensource (เปิดเผย source code ของโปรแกรมแบบฟรี! เพื่อให้นักพัฒนาคนอื่นนำไปเขียนโปรแกรมต่อได้) ซึ่งงานนี้จัดโดย NECTEC และจัดที่ NECTEC อีกด้วย (คือที่อุทยาวิทยาศาสตร์ ข้างๆ มธ.รังสิต) โดยจัดติดต่อกัน 3 วันคือ วันนี้, 24, และ 25 กย.

บรรยายกาศในงานสามารถดูรูปใน facebook หรือ picasaได้นะครับ...งานนี้ ที่ผมไปเพราะที่บริษัทผมเองนั้น ทำโปรแกรม Opensource ด้วย ทางบริษัทเลยได้ไปออกงานกับเค้า

สำหรับผมเองนั้น มีความจำเป็นต้องไปแค่ 2 วัน เพราะวันสุดท้ายติดลูกค้า และทั้งสองวันนั้น ผมมีความจำเป็น "อย่างยิ่งยวด" ที่ต้องมา เพราะ

วันแรก - มีพูดเรื่อง "การ Implement Opensource ERP ในประเทศไทย"

วันที่สอง - มีพูดบรรยายเกี่ยวกับ Opensource ของบริษัท ตอนช่วงบ่าย

ผลที่ได้จากงานนี้คือ ได้เจอตัวเป็นๆ ของเพื่อนๆ ใน twitter เช่น @gumara หรือเพื่อนใน facebook เช่น kamthorn

ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่ต้องมาเขียนถึงก้อเป็นเรื่องขำๆ เปิ่นๆ ของตัวเอง ในวันแรกของงาน คือว่า...

จาก schedule ข้างต้น...ผมต้องขึ้นไปพูดนั้นตอนเวลาประมาณบ่าย 2.30 ก่อนหน้านั้น พวกผมก้อสาละวนกับเรื่องที่บูธ

ขณะกำัลังสาละวนอยู่นั้น...ก้อมีเจ้าหน้าที่สาวของงานมาถามว่า "คนไหนค่ะ...ที่ขึ้นไปพูดบนเวทีในเรื่อง Implement Opensource ERP ค่ะ"

ผมก้อยกมือขึ้น...สาวเจ้าก้อพูดต่อว่า "ขอบัตรประชาชนด้วยค่ะ"
โห... เมิงกลัวกูจะหนีไม่ขึ้นไปพูดบนเวที ขึ้นยึดบัตรประชาชนกันเลยว่ะ?
นี่คือเสียงในใจผม....แต่ผมก้อให้บัตรประชาชนไป เพราะว่ากำลังวุ่น...แม้ในใจจะคิดว่า กูจะโดนหลอกเหมือนที่ผ่านๆมาไหมว่ะ? แต่ก้อไม่คิดอะไร..

พอถึงเวลาบนเวที ก้อเป็นดังนี้..


สำหรับเนื้อหาบนเวทีนั้น ก้อมีอะไรหลายๆ ที่เขียนเดี๋ยวจะอ่านไม่รู้เรื่องกัน แต่แอบขำคำถามหนึ่งจากผู้ฟังจาก NECTEC ที่ถามว่า
อยากให้ NECTEC ช่วยอะไรบ้างไหม? การใน implement Opensource ERP ให้กับลูกค้า
มีคนกระซิบตอบว่า "เริ่มจาก NECTEC หัดใช้ Opensource ERP ก่อนเหอะ ^^"
แม้..มีแอบกัดนิดๆ

-----------------------------------------------------------------------------------
พอลงจากเวที ก้อพบกับบัตรประชาชนผม และซอง จม.อีกฉบับ..

และก้อปรากฏว่า..ในซอง จม.นั้นมีเงิน ค่าขึ้นไปพูดบนเวที
และที่เค้าขอบัตรประชาชนผม เพราะว่า เค้าเอาไปทำใบหักภาษี ณ ที่จ่าย...

โห...มีแบบนี้ด้วย.. เล่นเอาคิดมากเลยนะนี่...
วันหลังให้เงินแบบนี้บอกนะ...พ่อจะพูดทั้งวัน ไม่มีซ้ำเลย :D

ปล. ตอนแรก ในหัว Blank มากไม่รู้จะพูดเรื่องไรดี กะว่า...ถ้าไม่มีเรื่องไรจริงๆ จะขึ้นไปเต้นเพลง sorry, sorry แล้วลงเวทีเลย :P

August 20, 2009

รายได้พิเศษ

หมายเหตุ : นี่คือการคุยกันของสองพี่น้องที่ไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ ผ่านโปรแกรมที่เค้าเรียกว่า MSN ปกติก้อคุยกันทุกวัน แต่วันนี้ พิเศษหน่อย...อ่านฮาๆ เอานะครับ อย่าคิดมากเลย :D


เต้ : โหลๆ
น้อง: พี่เต้...
เต้ : ว่าไง
น้อง: เค้ากำลังรอเลยอ่ะ
เต้ : ว่าไง
น้อง: sends รักแท้..ยังไง.mp3
น้อง: เค้ามีอะไรอวดน่ะสิ
เต้ : ไอ่เพลงที่ร้องว่า รักแท้มันคืออะไร ตับไต ใส้พุง อะไรนะเหรอ
น้อง: แม่น
เต้ : อืม...น่าเปิดเพลงนี้ให้เพื่อนรัก เราฟังนะ 555
น้อง: ไม่เอาหรอกค่ะ เสียดายเสียง
เต้ : ขนาดนั้น อิอิ
เต้ : เย....ได้ file ครบหล่ะ
เต้ : ไหนฟังซิ
น้อง: อย่าขำมากนะคะ
เต้ : ครับ ^^"
เต้ : พี่ว่านะ
เต้ : เรารองไปรับจ้างร้องตามผับหลังเลิกงานซิ
เต้ : ได้เงินดีนะ
เต้ : ได้ร้องเพลงด้วย
น้อง: เคยขอ
น้อง: เคยขอโอ๊ตแล้วอ่ะ
น้อง: โอ๊ตไม่อนุญาต :$
น้อง: ไม่ใช่ไม่เคยคิดนะคะ
เต้ : ไมอ่ะ
น้อง: โอ๊ตบอกว่า ไม่มีใครรับหรอก /ซื้ง
เต้ : แหม...โอ๊ตซามะ พูดซะทำร้ายจิตใจน่าดู
น้อง: โอ๊ตบอกว่า "แก่ขนาดนี้ ใครเค้าจะเอา" /ฮือ
น้อง: ทำร้ายสุด ๆ
เต้ : ก้อโอ๊ตนี้ไง ที่เอา
เต้ : 555
เต้ : ไม่เห็นเป็นไรเลย
เต้ : เดี๋ยวนี้ เค้ามีผับสำหรับคนแก่นะ
เต้ : แบบว่า สำหรับคนทำงาน
เต้ : แถวๆ บ้านเรามีแน่นอน
เต้ : อาแบบใกล้หมู่บ้าน
เต้ : พอเลิกสอน -> กลับบ้าน -> ออกกำลังกาย -> แต่งตัว -> ร้องเพลงถึง 3 ทุ่ม พอหล่ะ
เต้ : ได้คืนละ 1000
เต้ : ไม่น้อยนะนั้น
เต้ : นักร้องบางคนร้องห่วยกว่าเราอีก
น้อง: ผับคนแก่ ก็ต้องร้องเพลงคนแก่อ่ะดิ
เต้ : มันยังหน้าด้านมาร้องเลย
น้อง: ก็ไม่ได้อีกอ่ะ
เต้ : ผับคนแก่ -> ร้องเพลงคิกขุนี่แหละ
น้อง: เพราะเค้าไม่ได้ร้องได้ทุกเพลง
เต้ : เอาใจคนแก่
น้อง: ถ้าเค้าเป็นดีเจ เค้าก็จะเป็นดีเจที่เปิดแต่เพลงที่ตัวเองอยากฟัง
น้อง: เพราะฉะนั้น ถ้าเค้าเป็นนักร้อง เค้าก็จะร้องแต่ที่ตัวเองอยากร้อง
น้อง: ไม่สนใจว่าคนฟังอยากฟังอะไร
น้อง: อิอิ
เต้ : เอ้อเอ้ย
เต้ : งั้นพี่สนับสนุนความคิดโอ๊ต
เต้ : ว่าไป
เต้ : นักร้อง เค้าก้อร้องเฉพาะเพลงที่เตรียมมาแหละ
เต้ : ถ้าแขกขอ
เต้ : ตรงกับที่ซ้อมก้อร้อง
เต้ : ถาไม่ตรงก้อบอกว่า
เต้ : โทษค่ะ....ไว้โอกาสหน้านะค่ะ
น้อง: พี่เต้สนับสนุนเค้าเหรอ...
น้อง: ถ้าพี่เต้สนับสนุน พี่เต้ต้องเป็นคนไปรับไปส่งเค้าเวลาไปร้องเพลงนะคะ
เต้ : อ้อ
น้อง: เพราะโอ๊ตบอกว่า จะไม่ยอมไปรับไปส่งอ่ะ
เต้ : taxi เลยครับ
น้อง: เพราะไม่สนับสนุน
เต้ : พี่ไม่มีรถ
น้อง: ไม่ได้ ๆ
น้อง: ดึก ๆ ขึ้นแทกซี่อันตรายอ่ะ
เต้ : นอกจากพี่จะไปเช่า taxi ขับ
เต้ : 3 ทุ่มไม่อันตรายหรอก
น้อง: เค้ายิ่งสวยใสซะขนาดนี้
น้อง: ก็ดีน้า
น้อง: เค้าไปร้องเพลง
เต้ : แล้วไปแค่ หน้าหมู่บ้านซิ
น้อง: พี่เต้ก็ไปขับแทกซี่
น้อง: ต่างคนต่างหาลำไพ่พิเศษ
เต้ : -"-
เต้ : ถ้าพี่จะหนับหนุนเราร้องเพลง
เต้ : ขอทำแบบ ผจก วง Jackson 5 เลยดีกว่า

จบตรงนี้เลยดีกว่า...วันหลังมี MSN ฮาๆ จะนำมาแปะไว้อีกนะครับ :P

August 8, 2009

สนุกกับตัวเลข

อย่างที่ทราบกันดีว่า...สมัยนี้ มันเป็นสมัยแห่งความ "รีบเร่ง" และการ "แข่งขัน" พยายามทำอะไรให้เร็วๆ เข้าไว้แหละดี


มันก้อคงเริ่มมาจาก SMS บนมือถือกระม้าง....หลังจากนั้นก้อแผ่ระบาดเข้าอินเตอร์ในรูปแบบของ Micro-Blog อย่างเช่นบริการของ twitter ที่จำกัดการใช้งานแค่ 140 characters (ดูตัวอย่างการใ้ช้งานที่ http://twitter.com/siwawong ได้ครับ :D)

และเพื่อให้ได้ความข้อความผ่าน SMS หรือ twitter...คนเราก้อนำ "ตัวเลข" มาประยุกต์ใช้ในโครงสร้างประโยคด้วย ยกตัวอย่างเช่น

555 = ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า
อันนี้ เป็นตัวอย่างคลาสิกที่พี่ไทยชอบใช้...

ถ้าเป็นฝรั่งก้อใช้เหมือนกัน...เท่าที่ผมเห็นเช่น

4 = for หรือคำที่ออกเสียงใกล้เคียง
ยกตัวอย่างเช่น b4 (อ่านว่า before), 4u (อ่านว่า for you) เป็นต้น
หรือ

8 = eight หรือคำที่ออกเสียงใกล้เคียง
ยกตัวอย่างเช่น GNR8 (อ่านว่า Generate) เป็นต้น

นอกจากสองภาษาข้างต้นแล้ว...ยังมีชนชาติอื่น เค้าก้อมีมุขแบบนี้ด้วย เช่น

ในภาษาญวณ เลข 2 อ่านว่า ไฮ (Hi) ดังนั้น เราจะนำมาประยุกต์เป็นคำทักทายได้ว่า...

2 Tae = Hi Tae

เป็นต้น

หรือในภาษาญี่ปุ่น เลข 3 อ่านว่า ซัง (San) และเลข 9 อ่านว่า คิว (Kyu) ดังนั้น เราจะนำมาประยุกต์เป็นคำขอบคุณได้ว่า...

3 9 = San Kyo ก้อคล้ายๆ จะออกเสียงว่า Thanks You น่านเอง

เป็นไงบ้างครับ...พอจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข กับคำพูดของแต่ละชนชาติแล้ว
ก่อนจะจบวันนี้ ขอฝากเรื่อขำๆ เกี่ยวกับตัวเลขไว้นะครับ

0 ภาษาจีนอ่านว่า "คัง"
1 ภาษาจีนอ่านว่า "อิก"
2 ภาษาจีนอ่านว่า "หยี"
3 ภาษาจีนอ่านว่า "ซาม"
7 ภาษาจีนอ่านว่า "ฉิก"
9 ภาษาจีนอ่านว่า "เกา"

ทีนี้...เราลองมาอ่านตัวเลขต่อไปนี้นะครับ..

0 2 9 2
0 1 9 1
9 3 3
2 7

:D ขอให้สนุกในวันหยุดนะครับ

August 2, 2009

ของฝากจากญวณ

ถ้าใครได้ติดตามไดฯ แห่งนี้บ่อยๆ จะรู้ว่า ผมมีภาระกิจที่ต้องเดินทางไปเมืองญวณ* บ่อยๆ

อย่างงวดนี้ ก้อพึ่งไป เมื่อวันที่ 25 กค. ที่ผ่านมา และกลับมาเมื่อวันที่ 31 กค. นี่เอง สำหรับงานที่ไปครั้งนี้ นอกจากไปทำงานแล้ว ยังไปร่วมงานแต่งงานของพี่ชายของน้องที่ office ด้วย (ฟังแล้วงงม๊ะ)

สำหรับรูป ตอนนี้ ยังไม่มี :P เพราะผมไม่ได้พกกล้องไปด้วย แต่จากงานแต่งครั้งนี้ ทำให้ผมรู้ขนบธรรมเนียมประเทศเค้าพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องงานแต่งฯ

ไว้ได้รูปงานแต่งมาเื่มื่อไหร่....ก้อจะขอนำเสนอเรื่องนี้ในไดฯ นี้ต่อไป....

สำหรับเรื่องในวันนี้ ก้อคงเป็นเรื่องผมเจอบ่อยๆ เวลาเดินไปไหนมาไหนในเมืองเค้า คือ ทุกคนจะถามผมว่า "พูดภาษาญวณ ได้กี่คำแล้ว?"

เห็นเดินโต๋เต๋ๆ ไปเรื่อยอย่างนี้ ผมก้อพูดได้หลายคำแล้วนะครับ ไม่เชื่อจะแสดงให้ดู

ประโยคแรก

Thang Lao lay dep tao
เรื่องราวของประโยคนี้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ประโยคสอง
Em oi....Ca phe sua da
คำอ่าน : เอ๊ม เอ้ย....กา เฟ เสือ แด
คำแปล : น้องคับ....กาแฟนมเย็น (แก้วหนึ่ง)
ประโยคสาม
Con gai Cu Chi chi cu hoi cu chi
คำอ่าน : คอน ก่าย กู่ จี ฉี กู่ ฮอย กู่ จี
คำแปล : สาว Cu Chi ชี้กระจู๋ แล้วถามว่า นี่คืออะไร?
สำหรับประโยคสุดท้ายนี้...พิเศษนิดหนึ่ง เพราะเป็นมุขญวณ ที่เล่นคำว่า "Cu Chi" ที่เป็นได้ทั้งคำนาม (คือชื่อเมือง กู่จี) คำกริยา (Chi = ชี้ Cu = ไอ่จู๋เด็ก) และ เป็นประโยคคำถาม (Hoi cu chi = What is it?)

แต่เหมือนทั้งสามที่ผมพูดได้นี้ นำไปใช้แค่ประโยคเีดียว คือ ประโยคที่สอง (เพราะผมชอบกินกาแฟ) ส่วนประโยคอื่นๆ นี่ เอาไปพูดทั่วไป....กับคนที่ท่านไม่รู้จัก อาจจะปากแตก เพราะกระทบกับ lay (ไหล = รองเท้าแตะ) ของญวณได้นะครับ

555

สำหรับคำอื่นๆ ที่ผมได้เรียนมานั้น...ยังมีอีกเยอะ ไว้ขอยกยอดไปลงตอนหน้า (จะได้มีคนตามอ่านเราเยอะๆ)

* หมายเหตุ : ผมไปเมือง Ho Chi Minh ซึ่งเป็นเมืองเวียดนามทางใต้นะครับ.....ขอย้ำอีกที :D

August 1, 2009

ก้าปิ๊กจากญวณ

หวัดดีมิตรรักแฟนไดฯ ทุกท่าน

หลังจากอัพๆ หายๆ ไปนาน วันนี้ก้อขอโผล่หัวมาอัพเดทเรื่องราวที่ผ่านมาให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันก่อนนะครับ ที่หายไปนานครั้งนี้ นั้นมีสาเหตุหลักๆ มาจาก

(1) คุณพ่อ เ้ข้ารับการผ่าตัดหัวใจ ในช่วงต้นเดือนที่(แล้ว)ผ่านมา ทำให้ต้องวิ่งเข้าวิ่งออก รพ. กันเป็นว่าเล่น แต่ผลการผ่าตัดก้อเป็นน่าพอใจ และคุณพ่อก้อกลับมาให้โหมดปกติแล้ว

(2) หลังจากพ่อผ่าตัด ก้อปั่นงานจี๊ด....เพราะได้เวลาเก็บเงินแล้ว แต่งานยังไม่ไปไหน เล่นเอาเครียดพอสมควร....งานนี้เล่นเอาไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเป็นแถวๆ (ถามคนแถวนี้ดูได้ :P)

(3) หลังปั่นงานเสร็จ ก้อทำต้องเดินทางไปต่างประเทศอีกแล้ว น่านคือ ประเทศญวณ
แต่คราวนี้ไปแค่ แป๊บเดียว คือแค่ week เดียวเอง ก้อคิดว่าจะค่อยๆ ทยอยเรื่องที่นึกออกมาลงไดฯ นี้ให้อ่านขำๆ กัน

สุดท้ายนี้ ก้อต้องขออวยพรวันเกิดให้กับ คุณเบบี้ ในวาระอาุยุครบรอบ 3X ปี แล้ว (ตัว X ล่ะไว้ในฐานที่เข้าใจอิอิ) ก้อขอให้มีฟามสุขมากนะจ๊ะ

อ่านจนถึงบรรทัดนี้แล้ว ก้ออยากจะประกาศว่า คุณเบบี้ และคุณ NCLL โปรดติดต่อ และฝากที่อยู่เข้า mail ผมด้วย เพราะจะทำการส่ง "เครื่องบรรณาการ" จากญวณ นั้นคือ "ชา" (หรือที่ภาษาญวณ เรียกว่า จา) เข้า EMS นะจ๊ะ

~~~~~~~ สวัสดี :D ~~~~~~~