วันนี้ ขอพักเรื่องปวดหัวหน่อยนะครับ...ขี้เกียจบ่นถึงหล่ะ อิอิ
เนื่องในโอกาสวันนี้ เป็นวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน...ก้อขอนำเพลงฟังสบาย ๆ มาแนะนำให้ฟังกัน แต่อาจจะเป็นเพลงเก่าหน่อยนะครับ ตามอายุ DJ ที่จัด
อิอิ
เพลงนี้ มีชื่อว่า "Breakfast At Tiffany's" ฟังชื่อเพลงแล้วอาจจะงงๆ ว่า แปลว่า "ไปกินข้าวเช้ากับ Ms. Tiffany หรือเปล่าว่ะ?"
ขอบอกกันนะครับว่า "ม่ายช่ายๆ" แหะๆ
โดยเนื้อเพลงที่ผมฟังคร่าวๆ แล้ว คนร้องเค้ากำลังบอกเลิกกับแฟนสาวอ่ะ แต่ผมจับใจความไม่ได้นะครับ ว่าทำไมเจ้าหนุ่มนี้ถึงขอเลิกนะครับ
อ่ะ...ฟังความหมายเนื้อเพลง ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่า เกี่ยวอะไรกับ "กินข้าวเช้าที่ Tiffany ฟ่ะ"
จริงๆ ตัวผมเองก้องงเหมือนกัน และกำัลังเข้าใจว่าตัวเองจับใจความผิด พอมาเช็คเนื้อเพลงดู...ก้อพบว่า ผมนะเข้าใจเนื้อเพลงถูกแล้ว แต่คำว่า "Breakfast At Tiffany's" เป็นชื่อหนังครับ แต่ฉายแต่สมัยพระเจ้าเหา ตีกับพระเจ้าเห็บ (ดูโปสเตอร์ข้างล่าง)
เท่าที่ดูจากโปสเตอร์จะพบว่า ดาราหนังเรื่องนี้มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น เท่าที่ผมรู้จักคือ นางเอกในเรื่องนี้ ได้ Audrey Hepburn มาแสดงนำ
เหตุที่ผมบอกว่า นางเอกคนนี้ดังมาก เพราะตอนเด็กๆ ผมอ่านหนังสือ หัสนิยาย "พล นิกร กิมหงวน" ลุงเชย (หนึ่งในตัวละคร) ชอบกล่าวถึงนางเอกคนนี้เสมอๆ และชอบใช้ชื่อนางเอกคนนี้ ในการเปรียบเทียบกับสาวๆ ว่า "ตาสวยเหมือน ออร์เดย์ เฮบเบิน" (ตอนไหน ผมจำไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วย)
คิดดูแล้วกันในสมัยเมื่อกว่า 50 ปีก่อนที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ท ยังไม่มีทีวี หรือดาวเทียม แต่ดาราคนนี้เป็นที่รู้จักของคนไทยแล้วกัน... (อยากอ่านมุขของ "พล นิกร กิมหงวน" ที่กล่าวถึง Audrey Hepburn ต่อ...อ่านที่นี่)
เอาหล่ะ...นอกเรื่องมานานแหละ เข้าเรื่องต่อดีกว่า คือว่าเนื้อเพลงนี้ เค้าใช้ชื่อตามชื่อหนัง เพราะว่าคนร้องรู้สึกว่า เริ่มจะเข้ากันไม่ได้กับแฟนสาว เหมือนความจำที่เลือนรางกับหนังเรื่อง "Breakfast At Tiffany's"
แหม..พึ่งรู้ว่า ฝรั่งก้อใช้มุข "เราเข้ากันไม่ได้" ด้วย 555
เอาหล่ะ..ฝอยเยอะแล้ว ดู MV และ ฟังเพลง กันเลยดีกว่า
นักร้อง : Deep Blue Something
เพลง : Breakfast At Tiffany's
ปล. เพลงนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีิวิตจริงของกระผมแต่ประการใดทั้งสิ้นเด้อ ทั้งทางตรง และทางอ้อม...แต่วันนี้ที่เอาให้ฟัง เพราะว่า iPod มันเล่นแต่เพลงให้ฟังตลอด ไม่รู้เป็นอะไร?
* ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก wikipedia แถมเกร็ดอีกนิดจาก wikipedia ในย่อหน้าสุดท้าย เค้าบอกว่า เพลงนี้แต่งขึ้นมา เพราะได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Roman Holiday หรือชื่อไทยว่า "โรมรำลึก" อันเป็นเรื่องเดียวกันกับมุขของ "พล นิกร กิมหงวน" ข้างบนที่ผมกล่าวถึงข้่างบน แต่เรื่องนี้ ออร์เดย์ เล่นคู่กับ แกงกระหรี่ เป็ด แทน ก๊าก...
November 30, 2008
สบายๆ
November 29, 2008
เมิน
คำว่า "เมิน" ในภาษาไทย(กลาง) จะหมายถึง "ไม่อยากมอง" หรือ "ไม่อยากยุ่ง" เช่น ทุ่งหมาเิมิน เป็นต้น
แต่ถ้าในภาษาเหนือนั้น จะหมายถึง "นาน" เช่น "บ่ได้ป๊ะกันเมิน" -> ไม่ได้พบกันนานแล้ว something like that (อธิบายหนึ่งคำ ด้วยหลายๆ ภาษา)
เรื่องในวันนี้ เกี่ยวกับหัวเรื่องอย่างไร? คำตอบคือ ผมไม่ได้เจอไอ้สองคนนี้มานานมากแล้ว นั้นคือ บ่านพ กับ บ่าต้อม
ถ้าถามว่านานขนาดไหน? ก้อนานมากอ่ะ นานจนจำไม่ได้ จำได้ว่ากินเหล้ากับพวกนี้ล่าสุด ก้อก่อนผมเข้า รพ. ซะอีก
พอมาค้นๆ ในไดฯ ดู ก้อพบว่ากินกันล่าสุด ก้อแต่ตั้งแต่เดือน พค. ที่ผ่านมาแหนะ (ข่าวเก่า) ....นับจากวันนั้น จวบจนวันนี้...ก้อเรียกว่า นานหลายเดือนแล้ว วันนี้ ก้อเลยนัดมาป๊ะกันซักหน่อย ว่าแล้ว ก้อโทรไปตามกันซะหน่อย เริ่มจาก บ่านพ ก่อน
เต้ : คิงยะหยังอยู่บ่ะต่อไป...ก้อ บ่าต้อม ต้องรีบไปดักตัวไว้ก่อน
นพ: ฮาอยู่บ้าน อยู่กับเมีย กับพ่อ กับแม่ (ของเมีย)
เต้ : เอ้อเอ้ย....วันครอบครัวเน๊าะ
นพ: แต๊ก๊ะ...แล้วคิงโทรมายะหยัง
เต้ : ฮาโทรมาชวนคิงกินเบียร์
นพ: โคะ..ขอถามเมียกำก่อน ว่าอนุญาตเปล่า?
เต้ : (วันนี้มาแปลกเฮะ) เออๆ ไว้เมียคิงอนุญาตโทรมาบอกฮาโตยเน้อ
เต้ : เสี่ยว...ยุ่งก้อ
ต้อม: บ่..เรื่อยๆ คิงมีหยัง
เต้ : ฮาจะชวนคิง ไปกินเบียร์ก๊ะ
ต้อม: คิงชวนบ่านพยัง..ฮาไม่อยากกินเบียร์กับผู้ชายสองต่อสอง?
เต้ : เออ...ฮาบอกมันหล่ะ เดี๋ยวมันโทรมาบอกคิงแหมที ว่าไปก้อ
หลังจากนั้น...เวลา สองทุ่มตรง บ่านพ ก้อเดินหัวล้านมา สักกำใหญ่ๆ ก้อเป็น บ่าต้อม เดินตามมา...สำหรับหัวข้อสนทนาวันนี้นั้น ก้อเน้นไปที่การมุ้ง และการเมือง เช่นเดิม เริ่มจาก "การมุ้ง" ก่อนแล้วกัน
นพ: วันนี้ ฮาอยากกินเบียร์ขนาด...ในบ้านมีเบียร์ขวดเดียว ฮากำลังคิดว่า บ่าเต้ มันจะโทรมาชวนไหวว่ะเลวจริงๆ....เพื่อนตู -"-
เต้ : แล้วถ้าฮาไม่โทรมาชวนคิงหล่ะ
นพ: ฮาก้อจะส่ง SMS ไปบอกคิง ให้แกล้งโทรชวนฮาไปข้างนอกที วันนี้ เมียอยู่ ต้องทำเนียนหน่อย
เต้ : แต่วันนี้ บังเิอิญลงล๊อค?
นพ: แม่น 555
สำหรับเรื่อง "การเมือง" บ่าต้อม เล่าว่า
มีป้าเจ้าของร้านขายข้าวตามสั่ง แถวเรสสิเดนท์ พาร์ค แกบอกว่า แกมีรายได้จาก พธม. เยอะ เพราะชอบมาสั่งข้าวกล่องแกทีละ 500 กล่อง (เยอะโคตร) แต่ล่าสุด แกไม่ยอมขายให้หล่ะ เพราะแกบอกว่า "ป้าไม่ขายให้ดีกว่า...เพราะป้าเห็นว่า พวก พธม. ทำไม่ถูกไปยึดสนามบินเค้า ป้ารู้สึกละอาย ถ้าป้าขายให้เค้าไป"โห...ป้า มีจุดยืนสูงมาก ป้าน่าจะลงสมัคร สส. เลยนะนี่ รับรองป้าสร้างผลงานให้ประเทศได้เยอะแน่ๆ :D
จริงๆ มันก้อมีอีกหลายเรื่อง ขอเก็บไว้เล่าวันหลังดีกว่า เพราะวันนี้ หมดพื้นที่เขียนซะหล่ะ
ปล. แปลกใจจริง วันนี้ ประธาน คมช. ไม่ยักกะโทรมาหาแหะ? เพราะปกติชอบโทรมาเวลาพวกผมสามคนรวมหัวกัน :P
November 28, 2008
หยุด
หวัดดีครับ....หายหน้าหายตาจากไดฯ ไปซะนาน วันนี้พึ่งได้กลับมาก้อวันนี้แหละ
ที่หายหน้าไป ไม่ใช่เพราะอยู่ที่ "แอร์พอร์ต" กับกลุ่มชนใดนะครับ....เพราะผมไ่ม่ใช่ อีซ้อ ซักกะหน่อย (แค่เป็นน้องของซ้อต่างหาก อิอิ)
แต่เป็นเพราะตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมานั้น...กระผมไม่สบาย เกิดอาการปวดท้องอย่างไม่ทราบสาเหตุ หลังจากนั้นอาการก้อดีขึ้นเป็นลำดับ
พอแต่หลังจากดีขึ้น...ก้อมีงานด่วนมาก ถึงด่วนมากที่สุด หรือจะเรียกว่า "ด่วนอิ๋บอ๋าย" ก้อได้เข้ามาแทรก ทำให้ไม่ได้อัพไดฯ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเลย
พอมาวันนี้ ก้อเห็น "ควรด้วย" ว่า เราควรจะอัพไดฯ ได้แล้วนะ เพราะอาการปวดท้องก้อหายสนิทแล้ว แถมงานด่วนก้อลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว (พ้น crisis แล้วนั้นเอง) แถมแอบไปดูสถิติการเยี่ยมชมไดฯ แห่งนี้ ก้อพบว่า หล่นอย่างน่าใจหายวาบ
และเพื่อให้เรตติ้งของไดฯ ก้อควรจะอัพเดท และเรื่องที่จะอัพเดทก้อควรอยู่ในกระแส ซึ่งก้อหนีไม่พ้นเรื่องการเมืองนั้นแล...
ขนาดคุณเบฯ ผู้ไม่ค่อยสุงสิงทางการเมือง ยังทนไม่ได้ต้องออกมาระบายหน้าไดฯ ...ทำให้ผมเริ่มนึกถึงเมื่อก่อน ที่มีคนถามว่า
"สีอะไร ไม่ถูกกัน"คำตอบ คือ สีแดง กับ สีน้ำเงิน เพราะ เห็นต่อยทุกที ที่สวมลุมฯ (หมายถึง ในสนามมวยอ่ะ)
แต่พอยุคพอศอ นี้กลายเป็นว่า สีแดง ไม่ถูกกับ สีเหลือง ไปซะงั้น....ไม่ถูกกันไม่พอ ตอนนี้ ทำให้ประเทศไทยไชโยของเรา เจ๊งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เชื่อลองดูรอบตัวกันซิครับ
ดังนั้น วันนี้ ผมจึงขอเรียกร้องให้ทุกคนที่ได้มาไดฯ นี้ ร่วมกัน "หยุด" พฤติกรรมม๊อบทั้งสองฝ่าย (ดูโปสเตอร์)
และหันหน้าเข้าหากัน....เพื่อร่วมมือแก้ไขปัญหาบ้านเืมืองและถ้าถามผมว่า "เราจะแก้ไขอย่างไร?"
ในความเห็นผมนะครับ ง่ายมาก คือ "เราอย่าไปยุ่งกับมัน" ปล่อยมันไปเรื่อย.....ปล่อยให้โฟนอินเข้ามาเรื่อยๆ ก้อเค้ามีตังค์อ่ะเน๊อะ, ปล่อยให้เค้าซื้อตู้เย็นแจกสาวๆ ไปเรื่อย ถือว่าเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ, ปล่อยใ้ห้มันโวยวายว่าจะกลับประเทศ, ปล่อยให้มันเรียกร้องหาระบบสภาใหม่ ฯลฯ
ถ้าเราไม่ไปร่วมกับมัน มันก้อไม่มีพาวเวอร์ไปเรื่อยๆ เองแหละ (คิดว่า)
ถ้าคนไทย ไม่แบ่งฝ่ายกันเอง รักใคร่กลมเกลียวกันเอง....ใครก้อไม่สามารถมายุแยงให้แตกแยกกันได้ แน่นอน
คอนเฟริ์มครับ :D
November 22, 2008
ตัวนับ
สืบเนื่องจากเืมื่อวาน ที่ได้มีการพูดถึงสถิติในบล๊อคนี้ไว้....วันนี้ก้อพูดเรื่องนี้ ต่อนะครับ เพื่อมีข้อมูลอะไรน่าสนใจบ้าง และเพื่อใครอยากจะให้ comment อะไรเกี่ยวกับสถิติบ้าง?
สำหรับสถิติต่างๆ นั้น ผมไม่ได้มั่วมานะครับ มีที่มาที่ไป และสำหรับที่มาที่ไปนั้น กระผมใช้ตัว counter ที่มุมขวาล่าง กลา่งๆ หน้า (สรุปมึงจะกลาง หรือล่างกันแน่?) เป็นตัววัด...ถ้าใครนึกไม่ออก ก้อลองสังเกตดูนะครับ แต่วันนี้ ผมมีรูปตัวอย่างมาให้ดู
ไอ่ตัวเลขที่แสดงจำนวนเข้ามาชมนั้น ไม่ได้มีแสดงเป็นตัวเลขเฉยๆ แต่มันยังบอกอะไรมากมาย เลย เพราะว่า บริการ stat ของ statcounter นั้น เยี่ยมทีเดียว เราลองมาดูกันดีกว่า ว่าสถิติแต่ละด้านของบล๊อคนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง?
เริ่มจาก จำนวนเข้าชม จะพบว่า ผู้ชมของปีนี้ กับปีที่แล้ว พอๆ กันเลย ดังรูป
แต่สิ่งหนึ่งที่หายไป จำนวนผู้เข้าชม ที่กลับมาอ่านใหม่อีก....ลดลงอย่างเห็นได้ชัด? สงสัยจะมีคนไม่พอใจเจ้าของบล๊อคมากมาย
555
พอมาดูค่าเฉลี่ย จะพบว่า
(1) page load = 7,534 ครั้ง ต่อปี
(2) Unique Visitors = 4,660 คน ต่อปี
(3) First Time Visitors = 2,034 คน ต่อปี
(4) Returning Visitors = 2,627 คนต่อปี
ต่อมา..คือ คนที่มาเจอบล๊อคนี้ เพราะ ค้นหาด้วยคำว่าอะไร? ลองดูนะครับ
คำตอบที่เจอน่าตกใจมาก
โอ๊ย....อกอีแป้นจะแตก ส่วนใหญ่ หามาจาก "ชื่อผม" ทั้งนั้น แหม..รู้งี้ เอาชื่อตัวเอง ไปขายใน google ดีกว่า 555 แต่เอ...หรือว่า จะเป็นดังหมอดูว่าไว้ (เรื่องเก่า) ว่า ชื่อผมเหมาะกับการติดต่อกับต่างประเทศจริงๆ....
ต่อมา ดูนะครับ ว่าคนที่เข้ามาดูในบล๊อคนี้ เค้าอยู่ดูกันกี่นาที...
ดูเหมือน คนที่เค้าเจอบล๊อคนี้ เค้าคงไม่อยากเจอเท่าไหร่นะนี่
-"-
พอเห็นสถิติแบบนี้แล้ว ต่อไปคงต้องปรับเนื้อหา และรูปแบบในการแสดงผลหน่อยหล่ะ เพื่อจะเรียกแขกเข้าบล๊อคนี้ได้เยอะขึ้น :P
ว่าแล้ว...ขอตัวไปปรับบล๊อค ก่อนนะครับ
ฟิ๊ววววววววววววววววววววววววววววส์
November 21, 2008
ปรับปรุง
บล๊อคที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ได้ดำเนินการเขียนมาแล้ว 301 เอนทรี ระยะเวลาก้อเกือบๆ สองปีแล้ว (เริ่มจากวันที่ 4 มค. 2007 กับหัวข้อ "ขึ้นบ้านใหม่") กับสถิติการเยี่ยมชม 14,939 ครั้ง นับแต่เปิิดบล๊อคมา....
จะว่าไป มันต้องเริ่มจากบ้านเก่า ก่อนนะ ที่เริ่มเขียนจริงๆ ตอนเดือน เม.ย. 2005 จนกระปิดตัวลงในวันที่ 24 ตค. 2007....ระยะเวลาที่ทำการ ก้อเกือบ 3 ปี พร้อมกับจำนวน 381 เอนทรี และสถิติการเยี่ยมชม 36,015 ครั้ง (ปัจจุบันก้อยังเพิ่มเรื่อยๆ แบบไม่หยุดยั้ง....)
ถ้าเอาทั้งสองบล๊อคมารวมกัน ก้อจะพบว่า จำนวนเอนทรีที่ได้เขียนไป มีถึง 681 ชิ้น จำนวนผู้เข้าชมมากกว่า 50,954 ครั้ง
จะว่าไป ก้อเยอะเหมือนกันนะนี่....
ครั้นกระผมจะปล่อยให้หน้าจอของบล๊อคผม เหมือนเดิมๆ ทุกวัน ผู้อ่านก้อคงจะเบื่อ พาลไม่ยอมให้เมนต์ผมซะ กระผมเลยทำการปรับเปลี่ยนหน้าจอของบล๊อค ซะหน่อย เป็นการเรียนน้ำจิ้มเล็กน้อย ก่อนจะปรับใหญ่อีกครั้ง ในช่วงปลายปี....
เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้ทราบนะครับ ว่ามีอะไรบ้างที่กระผมได้ปรับเปลี่ยนไป ก้อจะขอแนะนำเป็นส่วนๆ ดังนี้ นะครับ
#1 - นำรายชื่อเพื่อนบ้านทั้งหมดออก....แสดงเพื่อนบ้านที่อัพเดทล่าสุด เท่านั้น (5 อันดับแรก) เปิดมาหน้าแรกขวามือ จะเห็นได้เด่นชัดดังรูป
แต่ถ้าใครอยากดูเพื่อนบ้านของผมทั้งหมดนะครับ กดตรงคำว่า "Show All" ก้อจะแสดงรายการทั้งหมดออกมาให้นะครับ
สำหรับคนที่ผมไม่นำมาแสดงใน section นี้ ก้อเพราะว่า คุณไม่ได้อนุญาตให้ feed RSS ได้ หรือไม่ก้อใส่ password เอาไว้ ซึ่งผมก้อได้รวมรายชื่อของเพื่อนบ้านเหล่านั้นไว้ที่ บันทึกเก่าๆ แทนนะครับ
#2 -> สร้างเครือข่ายผู้ติดตามอ่านบล๊อค
ซึ่ง section นี้จะอยู่ต่อจาก เรื่อง "อัพเดท" นะครับ....โดยเป็นดังรูปนี้ :-
ถ้าใครสนใจ ก้อให้กดที่ำคำว่า "Follow this blog" เพื่อ รับข้อมูลล่าสุด ด้วยการแสดงบทความของบล็อกใน แผงควบคุม Blogger ของคุณ
ปล. สำหรับบรรดาเพื่อนสนิททั้งหลายที่เขียนบล๊อค กรุณากดด้วยนะคร๊าบบบ....
#3 -> มีประกาศจุดยืน ของเจ้าของบล๊อค
จุดยืนของคนเรา นอกจาก "ส้งตีง" แล้ว ก้อมียังมี "เจตนารมณ์" อีกด้วย ดังนั้น กระผมเลยประกาศเจตนารมณ์ ไว้ต่อจาก "เมนต์ล่าสุด" ดังรูป
และอย่างสุดท้ายที่ได้ปรับปรุงในบล๊อคนี้ คือ "คอมเมนต์" ครับ....โดยปกติ พอเราคอมเมนต์ปุ๊บ มันจะขึ้นทันที ที่นี่ ผมขอแก้นิดหนึ่งคือ ทุกเมนต์ที่ได้แสดงในบล๊อคนี้ นั้น ต้อง "ผ่าน" การอนุมัติจากผมก่อนแค่นั้นเอง
555
ปล. ลืมบอกวันนี้ไปลูกค้ามาอ่ะ เหนื่อยโคตร เพราะต้องตื่นเช้า + งานเยอะ ทำให้ไม่ีมีอะไรมาอัพเดทเกี่ยวกับชีวิตจ้า...
November 20, 2008
แพ้
วันนี้ ตื่นสายอีกหล่ะ....มันเนื่องมาจากวันก่อน นอนดึก แม้จะกล้บบ้านเร็วก้อตาม แบบว่า งานคงค้างมันเยอะมากๆ
สำหรับวันนี้ ก้อไม่อะไรพิเศษนอกจากจะบอกว่า "อาการภูมิแพ้" กำเริบอย่างแรง ทำให้จามๆม่หยุด ฉุดไม่อยู่ซะงั้น
แถมวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปลูกค้าอีกหล่ะ ต้องนอนแต่หัวค่ำ เพื่อตื่นแต่เช้าอีกแย้ววว....ไม่อยากตื่นเลย
เพราะว่า ช่วงนี้อากาศกำลังหนาวได้ใจ
ทำให้อยากนอน มากกว่า ทำงาน มั่กๆ
---------------------------------------------------------------------------
ระยะนี้ อากาศกลับมาหนาวแล้วอีกครั้ง โดยเฉพาะยามเช้า กับตอนเย็นๆ แต่ตอนกลางวัน ยังร้อนตับแล่บเหมือนเดิม
แต่อากาศจะร้อนนั้น...แต่ยังมีลมหนาวพัดให้รู้สึกเย็นๆ เช่นกัน
แถมช่วงนี้ ก้อมืดเร็วด้วย...ยังไม่ทันหกโมงเลย ก้อมืดซะแล้ว เป็นสัญญาณสำคัญว่า "ได้เวลาไปป๊ะกัน ตามลานเบียร์" แล้ววววววว
ล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ ไปเดินลานเบียร์ที่ CW มา....โอ้โห แน่นเลยครับ
แ่่ต่ไม่ใช่คนนะ....กลับเป็นเก้าอี้ เพราะวันนั้น เค้ามีการไว้อาลัยแด่พระพพี่นางกัน
ลานเบียร์ก้อเลยต้องไว้อาลัยด้วย การงดกิจกรรมหรสพทุกชนิด...
แต่ ตอนนี้ ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมกับการ "เทศกาลกินเบียร์" กันนะจ๊ะ
ปล. คิดถึงเหตุการณ์ลานเบียร์ปีที่แล้วเลย ปีนี้ เพื่อนคงไม่ครบแบบนี้แล้วแหละ เพราะ "เสี้ยนตัวพ่อ" มันมีลูกแล้ว 5555
November 19, 2008
สาย
วันนี้ ต้องไปหาลูกค้าที่ ตจว.อีกแล้ว....อาทิตย์ก่อนนู้นก้อไปมาทีหล่ะ (ข่าวเก่า)
แต่วันนี้ ไม่เหมือนวันก่อน เพราะว่า วันนี้ ตื่นสาย
เอาน่า...มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา (นึกใครบางคนเลย อะหุๆๆ)
อีกอย่างที่ไม่เหมือนคราวก่อน คือ มีคนมาเป็นเพื่อนด้วย...
ดังนั้น เมิงไปยกลังขึ้นๆ ลงๆ แทนตรูเลย
อิอิ
-----------------------------------------------------------------------
แต่ ข้อดีหน่อยของวันนี้ คือ ได้กลับบ้านเร็ว เพราะเลิกงานเร็ว ทำให้วันนี้ ไม่มีอะไรจะมาขยายความในไดฯ นี้ ก้อเลยขอนำเหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน มาวิเคราะห์กันเล่นๆ
ข่าวแรก -> ทักษิณ หย่า พจมาน (รายละเอียด)หลังจากอ่านสองข่าวจบ ก้อมีความคิดคร่าวๆ ว่า น่าจะลองแนะนำให้ "พจมาน" ให้เจอกับ "ราจิต" ดู
สรุปข่าวสั้นๆ : ก้อตามหัวข้อข่าวนั้นแหละครับ ส่วนสาเหตุนั้น ไม่ทราบแน่ชัด แต่ถ้าเอาข่าวแบบไม่มีมูลเท่าไหร่นั้น โปรดตามอ่าน ที่นี่ เพราะเห็นเต้าข่าวเรื่องนี้ มานานแล้ว...
ข่าวที่ 2 -> สดๆ ร้อนๆ เลย...'แอน สิเรียม' เตียงหักเลิกราสามี 'ราจิต แสงชูโต' แล้ว (อ่านที่นี่)
สรุปข่าวสั้นๆ : ก้อตามหัวข้อข่าวนั้นเช่นกัน ส่วนสาเหตุนั้น ก้อ นอร์มัลสุดๆ "เรา้เข้ากันไม่ได้" เรียกว่า "หย่า" ตามคู่แรกไปติดๆ
555 --> เอามาจาก "น้าเน็ก" รายการ "ตาสว่าง"
-------------------------> จบ <--------------------------------
ปล. วันนี้ อัพช้าหน่อย....คงไม่ว่ากันนะ
ปล2. ทำไมตูเริ่มพูดเหมือน "ซ้อ 7" เข้าไปทุกทีแล้วฟ่ะ ???
November 18, 2008
เรื่อยๆ
วันนี้ ก้อไม่มีอะไรจะอัพเดทอีกหล่ะ...แบบว่า "ไฮไลท์" ใหญ่ๆ ไม่มีเลย
ก้อขออัพเดทเรื่องราวเรื่อยเปื่อยของผมหล่ะกัน...
----------------------------------------------------------------
ตอนเช้า นั่งรถเมล์มาทำงาน...ปกติ สายที่ีขึ้นวันนี้ ผมไม่ได้นั่งเป็นประจำหรอก เหตุที่ผมไม่ค่อยนั่งประจำไอ่รถเมล์สายนี้ ก้อเพราะ :-
#1 -> มันไม่ผ่าน รถใต้ดิน หรือรถไฟฟ้า โดยตรงแต่วันนี้ขี้เกียจรอรถเมล์เจ้าประจำ กอบกับ 9:30 มีประชุมด้วย ไม่อยากสาย ก้อเลยนั่งสายนี้ซะ...ผลคือ วิ่งไปได้ก่อนขึ้นทางด่วนราวๆ 2 KMs. มันก้อดับซะงั้น
#2 -> เป็นรถแบบเก่า ทำให้เสียงดังมาก เวลานั่งข้างใน (ใครนั่งรถเมล์ใน กทม.คงจะทราบดี)
ทำให้ต้องต่อรถเมล์สายนี้ แต่คันอื่นแทน.....
ดีนะ ไม่ได้ไปเสียบนทางด่วน -"-
=============================================
ตอนเย็น online เจอคุณพ่อมือใหม่ หัวใจยังซิ่ง ก้อเลยคุยกันซะหน่อย หลังจากไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว...
เพื่อน : หวัดดี เป็นไงบ้างวะ
ผม : เออ เรื่อยๆ
เพื่อน : ยุ่งเรื่อยๆ ?
ผม : ฮ่าๆ ไม่หรอก วันอาทิตย์โทรไปหา ควาย แม่งเสือกไม่รับสาย
เพื่อน : โอ้ย โดนตร.จับ หรือไม่ก้อ เมาเหล้าม๊าง
ผม : เออ มันเมา เลยไม่รับสาย 555
เพื่อน : แล้ว นัดกันแดกเหล้าบ้างป่าววะนี่
ผม : กูโทรตามไอ่นพเป็น ร้อยรอบ ไอ่นพ ก้อติดนู้นเนี่ยนไปเรื่อย ไอ่ต้อมบอกว่า แม่ง มันเป็นนักบอลเหรอว่ะ เอะอะ ๆ ก้อ เจ็บนู้น นี่
เพื่อน : เสี้ยนเหล้า แต่ว่าไม่มีเพื่อนแดกว่างั้น
ผม : เออ จริง วันก่อน กูแดกเบียร์คนเดียวเลย
เพื่อน : กูยังแดกเบียร์คนเดียวอยู่บ้านได้เลย ไม่เห็นแปลก
ผม : แหม กูไม่มีเมีย นี่
เพื่อน : หาดิ อิอิ...อยากนัดเจอเพื่อนๆจัง
ผม : เหมือนกัน แต่ว่ากูไม่รู้ว่าจะไปได้หรือป่าว
เพื่อน : กูติดเลี้ยงลูกยังเล็ก
ผม : อืม....กูกะว่า ถ้าลูกมึง อยู่ ซัก ป. 6 จะพาไปแดก เบียร์ + สูบบุหรี่ แบบที่พ่อมันจับไม่ได้ 555
เพื่อน : กูเลิกบุหรี่แล้ว
ผม : เหรอ....ดีหล่ะ เมิงเลิกดูดบุหรี่ แล้วไปดูดอะไรแทนว่ะ
เพื่อน : มึงจะให้ดูดไร...
ผม : ไม่รู้เมิง ...กลัวน้องอันดา หิว 5555
เพื่อน : ส้นตีน
ผม : เมิงอยู่ไหนว่ะ
เพื่อน : ในที่ประชุม ที่ทำงาน หมดเรื่องกูแล้ว แต่ว่าเค้าไม่เลิกประชุมกันวักที หนาวจะตายห่าอยุ่แล้ว
ผม : ก๊าก
เพื่อน : อยากกลับบ้านว่ะ
ผม : ลูกเป็นไงบ้าง? ติดลูกหล่ะซิ
เพื่อน : ไปไหนไม่ได้นิ นอกจากบ้านและที่ทำงาน......ที่ทำงาน ถ้าไม่ติดประชุม แม่งยังไม่อยากเข้ามาเลย
ผม : โคะ.....เล่นกับลูกบ่อยม๊ะ
เพื่อน : ก็ทุกวันแหละ
ผม : หรือว่า เล่นกับ มดลูก ว่ะ
เพื่อน : มึงแม่งสมองส้นตีน จริงเลย
ผม : ก๊าก
เอาเป็นว่า...ขอขบบทสนทนาไว้เท่านี้หล่ะกัน
เอาฮาพอหอมปากหอมคอ แค่นี้นะครับ :P
November 17, 2008
ปกติ
วันนี้ ปรกติครับ...ไม่มีอะไรจะ update มีแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาบรรยายให้ฟัง...
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เริ่มจาก ตอนเช้า นัด Boss-S ไว้แต่วันศุกร์ว่า จะเข้าไปเอาของตอนเ้ช้า
ก้อเลยให้่น้องที่ทำงานเข้าไป เพราะว่า มันเป็นทางผ่านมาทำงาน
ปรากฎว่า 10 โมงก้อแล้ว Boss-S ก้อยังไม่มา...พอน้องที่ทำงาน ไปถามคนในบริษัทนั้น เค้าก้อบอกว่า ให้รออีก ชม. ก่อน เดี๋ยว Boss-S ถึงจะมา
11 โมงแล้ว...ยังไม่เห็นหน้าตา Boss-S เลย น้องมันเลยกลับมาก่อน
พอจะบ่ายโมง...Boss-S โทรมาบอกว่า "เออ ลืมไปว่ะ ว่าวันนี้ นัดแกไว้นี่หว่า"
-"-
โห..ลูกพี่ มาทำงานซะบ่ายเชียว
มาสายหนักกว่า ตูซะอีก
**************************************************************
พอตอนบ่าย มีประชุม ที่กระทรวงวิทย์
เท่าที่ฟังดู...ก้อเหมือนว่า หน่วยงานรัฐ ก้อช่วยภาคเอกชนดีนะ
แต่ติดที่ หน่วยงานระดับกรม ได้งบประมาณแค่ 4,000 ล้านบาทต่อปี (ซึ่งหน่วยงานที่ไปติดต่อเค้าบอกมาอีกที เพราะเค้าเป็นระดับกรมอ่ะ)
และหน่วยงานที่ไปติดต่อ เค้ามีโปรเจ็คกำลังดำเนินการอยู่ประมาณ 2,000 โปรเจ็ค !!!
แปลว่า แต่ละโปรเจ็คได้เงินแค่ 2 ล้านบาท -> แล้วมันจะ support ได้กี่บริษัทกันหว้า... แต่ก้อดีกว่า ไม่มีการ support จากหน่วยงานของรัฐเลย
เอาน่า...เศรษฐกิจดิ่งเหว + มอบรายวันขนาดนี้ แต่รัฐยังมีการอุดหนุนภาคเอกชนขนาดนี้ ก้อนับว่า บุญโขแล้ว...
สาธุ
November 16, 2008
Math เด็กๆ
วันนี้ ได้มีโอกาสดูรายการหนึ่ง ทางช่องไหนนี่แหละ..จำไม่ได้
ชื่อรายการ...ก้อ ไม่แน่ใจนัก ประมาณว่า "ยอดมนุษย์น้อย" ม้าง
เป็นรายการประมาณว่า เอาเด็กๆ เล็กๆ มาแข่งกันในปัญหาที่ ผู้ใหญ่ทำได้...แต่ไม่ง่ายนัก เช่น กระโดดเชือก บนม้านั่งหินอ่อน ให้ได้ 60 ที ในเวลา 1 นาที (อะไรๆ ประมาณนั้น) ซึ่ง rate ทีีให้เด็กทำนี่ มันเป็น rate สำหรับนักมวยอาชีพทำเลยนะ -"-
วันนี้ พอดีมีโอกาสได้ดู...ในรายการเค้าให้เด็กอายุ 8 ขวบ คิดเลขต่อไป นี้
ข้อ 1 -> ไม่รู้ ไม่ได้ดู เพราะดูไม่ทัน :P
ข้อ 2 -> เป็นโจทย์ระดับ มอปลาย...คำถามคือ 11 ยกกำลัง 11 มีค่าเท่าไหร่ โดยให้แก้ปัญหาโดย สามเหลี่ยม pascal ?
-"- โจทย์มอปลายที่ไหนฟ่ะ...ทำไมตูไม่เคยได้ยินเลย??
สำหรับคนที่งงว่า สามเหลี่ยมปาสคาลคืออะไร? (เหมือนผมตอนนั้น) กระผมขออธิบายดังนี้
เค้าบอกว่า ถ้าเราเขียนเลขยกกำลัง ในรูปแบบ binomial coefficients คือ (x+1) ^ n มันจะกระจายออกมาเป็นรูปแบบนี้ เสมอ (แปลคร่าวๆ นะครับ....อย่าเอาเป็นเหตุทางวิชาการมากนัก)
เลข สปส. (สัมประสิทธิ์) ข้างหน้า จะเข้ารูปแบบ ที่เกิดจากเลขตัวบนบวกกัน ดังที่ pascal คิดค้นเอาไว้ ดังนี้(x+1)^0 = 1
(x+1)^1 = 1 + x
(x+1)^2 = 1 + 2x + x^2
(x+1)^3 = 1 + 3x + 3x^2 + x^3
(x+1)^4 = 1 + 4x + 6x^2 + 4x^3 + x^4
(x+1)^5 = 1 + 5x + 10x^2 + 10x^3 + 5x^4 + x^5 .....
ประมาณนั้น...ถ้าใครงง ก้ออ่านเพิ่มเติม ที่นี่ ได้ครับ (ขอบคุณ @paskorn ที่แนะนำให้)1
1 1
1 2 1
1 3 3 1
1 4 6 4 1
1 5 10 10 5 1
1 6 15 20 15 6 1
1 7 21 35 35 21 7 1
.
.
.
เอาเป็นว่า ไอ้น้องนี้...ทำได้ แถมอธิบายได้ด้วย ว่าหลักการของสามเหลี่ยม ปาสคาลเป็นไง O_o
ข้อ 3 -> เป็นโจทย์ระดับ Advance คือ เลขไพลิน ระหว่าง 1,000 ถึง 10,000 มีกี่จำนวน และผลบวกของเลขไพลินเหล่านี้ มีค่าเท่าไหร่?
ป่าดโธ๋....ผมยังไม่รู้เลยว่า เลขไพลิน คืออะไร?
สำหรับคำอธิบาย นะครับ เลขไพลิน คือ เลขที่อ่านจากหน้า หรือหลัง ก้อได้ค่าเดียวกัน เช่น 33, 313, 10101 เป็นต้น
คงไม่ต้องทายนะครับ...น้องมันก้อทายถูกอีกแล้ว !!!!
อะไรมันจะเก่งขนาดนั้น
ทำไม เมิงไม่ไปเรียน ดร.เลยว่ะ ไอ่น้อง !!!!
แต่ อย่างว่านะครับ รายการ(ของบริษัท) นี้ มีชื่อเรื่องเตี๊ยมกัน เพื่อแหกตาคนดู
สำหรับไ่อ่น้องนี้...ต่อให้แหกตาคนดู ผมก้อยังว่ามันเก่งอยู่ดี เด็กอายุ 8 ขวบ เข้าใจคำถาม แถมอธิบายได้ด้วยว่า ตัวเองคิดอย่างไร? อะไรคือ สามเหลี่ยมปาสคาล หรืออะไรคือเลขไพลิน ?
แค่จำวิธีการ และคำตอบ (ซึ่งผลลัพธ์ยาวเป็นพันๆ ล้าน) มันก้อจำได้
ผมก้อว่า...มันเก่งแล้วหล่ะ
ปล. เห็นไอ่น้องนี้ แล้วนึกถึง PAUL ERDÕS เลย
November 15, 2008
แต่งงานซะ!!
เรื่องวันนี้ ไม่เกี่ยวกับงานแต่งของผมหรอกนะครับ อิอิ...ยังมีอีกหลายขั้นตอนยังไม่เสร็จ
คือว่า วันนี้นั้น ผมก้อยังทำงาน...แต่ดีกว่าอาทิตย์อื่นๆ หน่อยหนึ่ง คือวันนี้ ทำงานอยู่บ้าน ปกติทำงานอยู่ที่ทำงานลูกค้า
ให้มันได้งี้ซิ...
จะว่างานเยอะ...ก้อไม่ใช่นะ หนักไปทางปัญหาเยอะมากกว่า
จะหยิบจะจับอะไร ก้อมีแต่ปัญหาซะงั้น
ทำให้วันๆ ไม่ได้อยู่บ้านอยู่ช่อง ต้องตะลอนไปมาระหว่างบ้าน กับออฟฟิศลูกค้าซะงั้น
แต่วันนี้ ค่อยยังชั่ว เพราะมันเป็นงานใหม่ ไม่ใช่ "ปัญหา" ใหม่อย่างที่ผ่านๆ มา
แล้วมันเกี่ยวกับหัวข้อวันนี้อย่างไร?
เกี่ยวครับ..พอดี วันก่อนคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง ที่หัวล้าน และมีใฝ่เหมือน Enrique ...แม่นแล้ว เค้าคือ มานพ น่านเอง
พอดี อาทิตย์ก่อนโทรไปหา คุณมานพเค้า มันก้อถาม
มานพ : คิงอยู่ไหน?
เต้ : ฮาอยู่ที่ site ลูกค้า
มานพ : โคะ...โทรมาทีไร ก้ออยู่กับลูกค้า...ไหงมึงไม่แต่งงานกับลูกค้าไปเลยว่ะ
เต้ : บ่ได้ๆๆ เพราะว่าอาทิตย์หนึ่งๆ ฮาไปเยี่ยมลูกค้า 3-4 ทีบ่ะ ฮาเลือกไมู่ถูกว่าจะแต่งกับใคร?
มานพ : 555+
จริงๆ คำแนะนำคุณมานพเค้า ก้อดีนะ แต่ทาง practical แล้วมันไม่ work เท่าไหร่?
แต่ถ้าทำได้ ก้อดี อิอิ
ดังนั้น...วันนี้ ขอลาไปก่อนนะครับ ขอตัวไป clear งานต่อ T_T
November 14, 2008
ไม่มีใครรู้?
วันนี้ไม่มีอะไรจะอัพเดทเลยง่ะ? ตอนเช้ามีประชุม....ประชุมจนบ่าย 3 ก้อกลับ office
Wish I'd told her how I felt, then maybe
she'd be here right now, but
instead...
I pretended I'm glad you went away
These four walls closing more everyday
And I'm dyin' inside
And nobody knows it but me
Like a clown I put on a show
The pain is real even if nobody knows
And I'm cryin' inside
And nobody knows it but me
Why didn't I say, the things I needed to say
How could I let my angel get away
Now my world is just a tumblin' down
I can say it so clearly, but you're nowhere around
The nights are lonely, the days are so sad
And I just keep thinkin' about the love that we had
And I'm missin' you
And nobody know it but me
I carry a smile when I'm broken in two
And I'm nobody without someone like you
[ Find more Lyrics at www.mp3lyrics.org/QwVt ]
I'm tremblin' inside
And nobody knows it but me
I lie awake it's a quarter past three
I'm screamin' at night if I thought you'd hear me
Yeah, my heart is callin' you
And nobody knows it but me
How blue can I get, you could ask my heart
But like a jigsaw puzzle it's been torn all apart
A million words couldn't say just how I feel
A million years from now you know
I'll be lovin' you still
The nights are lonely the days are so sad
And I just keep thinkin' about the love that we had
And I'm missin' you
And nobody knows it but me
Yeah, Ohh, uhh, whoa, omom,
Nobody, nobody, but me.....
Tomorrow morning I'm hittin' the dusty road
Gonna find you where ever, ever you might go
And I'm gonna unload my heart
And hope you come back to me
Yeah, sad when the nights are lonely...
The nights are lonely, the days are so sad
And I just keep thinkin' about the love that we had
And I'm missin' you
And nobody knows it but me...
November 13, 2008
มึน
ช่วงนี้อากาศยังหนาวอยู่นะคับ...บรื๊อส์
November 12, 2008
ลอยกระทง
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก้อนองเต็มตลิ่ง....เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันวันลอยกระทงลอย...ลอยกระทงลอย...ลอยกระทงลอยกระทงกันแล้ว...ขอเชิญ น้องแก้วออกมารำวงรำวงวันลอยกระทงรำวงวันลอยกระทงบุญจะส่งให้เราสุขใจบุญจะส่งให้เราสุขใจ
November 11, 2008
ช๊อคโกแลต
วันนี้ พูดถึง "ช๊อคโกแลต" ที่ไม่ได้เป็น "ขนม" นะครับ แต่หมายถึง "หนัง" ครับ....
พอดี วันนี้ ติดประชุมทั้งวัน "แทบไม่ได้ทำอะไรเลย"
ที่ว่า "แทบไม่ได้ทำอะไรเลย"คือ แทบไม่ได้เล่น M, แทบไม่ได้เล่น twitter, แทบไม่ได้ดู tumblr, etc.
แหะๆ ^^"
วันนี้ กลับมาถึงบ้าน ก้อเจอพี่ทรูฉาย "ช๊อคโกแลต" พอดี โห...ดีใจโคตร เพราะอยากดูมาก แต่ไม่ได้ไปดูอ่ะ ไม่เป็นไร พี่ทรูเค้าจัดให้ ก้อต้องสนองนี้ดเค้าหน่อย
หลังจากดูหนังจบ ก้อขอวิจารณ์หนังเป็นธรรมดานะครับ....สำหรับหนังเรื่องนี้ ในความรู้สึกผมนั้น ก็มี เนื้อเรื่องก้อยังไม่แน่นเท่าไหร่ เพราะดูๆ เหมือนจะมีเหตุผล แ่ต่ก้องงๆ กับที่มาที่ไปของเนื้อเื่รื่องเหมือนกัน อย่างว่าอะนะ....หนังเค้าขายฉากแอ็คชั่นอ่ะนะ
จะยังงัยก้อตาม ผมก้อยังให้คะแนนมากกว่า หนังที่ดูไปเมื่อวันก่อนซะอีก.....
หลังจากดูจนจะจบเรื่อง....ก้อรู้สึกว่า นี่มันหนัง "Kill-Bill" พูดไทยเปล่าว่ะ? โดนฉากตอนจบ มันคล้ายๆ ฉากที่นางเอก Kill-Bill ที่สู้กับแกงค์ Crazy88 ยังไงไม่รู้ ?!?
เอาน่า...โดยรวมๆ ก้อถือว่า "ดี" ทีเดียว อย่างน้อยๆ ก้อดีกว่าหนังแนวๆ เดียวกันนี้ เพราะเนื้อเรื่องมันมีก้อเหตุผลมากกว่า ถามหาช้างกูกับฝรั่งที่ออสเตรเลียซะอีก
เด็ดกว่า ตอนท้ายของหนัง...เค้าเอาเบื้องหลังของการทำหนังเรื่องมาให้ดู เห็นแล้วบอกตรงๆ ว่า "น่ากลัว" มาก เพราะนักแสดงแต่ละคน "เจ็บจริงจริง" ไ้ม่ว่าจะตัวเอก หรือตัวประกอบ
ไม่รู้เล่นแบบนี้ คุ้มกับค่าตัวที่ได้กันไหมนี่...แค่เห็นก้อเจ็บแทนแล้ว
เอาเป็นว่า เป็นหนังไทยที่น่าดูมากเรื่องหนึ่ง ขอเป็นกำลังใจให้ครับ :D
November 10, 2008
หนาว
วันจันทร์นี้ เรียกว่า เป็นการเข้าหน้าหนาวอย่างจริงจังได้ ซะที
เพราะวันนี้ ตื่นมา....บรื๊ออออออส์ หนาวมาก ขอบอก
แถมวันนี้ ผมต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ....เพราะว่าวันนี้ต้องเดินทางไป ตจว. ครับ เนื่องจากวันนี้ เป็น "วันไปเยี่ยมลูกค้าแห่งชาติ" ต้องนำของไปส่ง, ติดตั้งโปรแกรมใหม่ให้กับของที่ไปส่ง, อบรมการใช้งาน, etc.
พอไปถึงลูกค้า ลมหนาวก้อยังพัดพามาถึงลูกค้าอีก บรื๊อออออส์....ทำงานไป หนาวไป....
ตกบ่าย ก้อเริ่มพิธีอบรมลูกค้า ก้อคือ สอนวิธีการใช้งานให้กับลูกค้า
เพื่อให้เห็นภาพอีกนิดนะครับ จะอธิบายเพิ่มดังนี้: - ไอ่ของที่ผมไปส่งนั้น เป็นอุปกรณ์หน้าประมาณโทรศัพท์มือถือ แต่มันไม่ใช่มือถือและมันทำหน้าที่เก็บข้อมูลการอ่าน barcode ของสินค้านั้นๆ เพื่อใช้ในการตรวจนับสินค้าในพาชนะที่บรรจุ
หลังจากจบพิธีอบรมการใช้งานแล้ว ก้อถึงเวลา ทดสอบโปรแกรม (และความอดทนของกระผม) ต่อการใช้งานจริงของผู้ใช้
ผู้ใช้วันนี้ เป็นพนักงานโรงงานสาว (สวยหรือเปล่า ลืมดูหน้า อิอิ) เจ้าหล่อน ต้องนำเครื่องที่ว่านี้ ไปอ่าน barcode ของชิ้นงานในลังพลาสติก และไอ่ลังพลาสติกที่ว่านี้ ก้อซ้อนกันเป็นชั้นๆ ไม่ต่ำกว่า 4 ชั้น
ครั้นจะให้ผู้ใช้ ลงยกลังลงมา เพื่อเอาไอ่เครื่องนี้อ่าน barcode ของแต่ละชิ้นงาน ก้อเกรงใจ กระผมเลยต้องทำหน้าที่ "ยกลัง" ขึ้นๆ ลงๆ
ตอนแรกคิดว่า มันจะมีแค่ 6-7 ลัง.....ป๊าดทิโธ่! พี่ท่านล่อเป็นสิบๆ ลัง
แน่นอน ลังพวกนี้ ผมยกขึ้น ยกลงหมดเลย....เล่นเอา "เจ็บแอว" มิใช่น้อย...
ระวังยกลังขึ้นๆ ลงๆ ก้อพลางถามผู้ใช้ไปด้วยว่า "เอ่อ....โรงงานนี้ไม่มีผู้ชายเลยเหรอครับ"
"อ๋อ...มีค่ะ"
"แล้วไหนหล่ะครับ"
"อืม....คงอยู่แถวๆ หล่ะค่ะ"
อืม....อยู่ไหนฟ่ะ... มาช่วยตูยกลังด้วย!!!
BTW, ผมก้อพยายามคิดว่า "นี่การออกกำัลังกายยามบ่าย ในหน้าหนาว" ได้คุณประโยชน์หลายอย่าง ทั้งแก้ง่วง และทำให้ร่างกายอบอุ่นอีกด้วย
แต่ถ้ามีคนงานผู้ชายมาช่วยจะดีกว่านะ...อิอิ
ผลการทดสอบโปรแกรมคือ "ผ่าน" เย้ \(^^)/
สมกับค่าเหนื่อยที่ยกลังขึ้นๆ ลงๆ หน่อย :P
และก่อนจบวันนี้...ขอให้นักอ่านทุกท่าน ผจญภัยกับวันหนาวๆ อย่างนี้ และสามารถอาบน้ำได้นะจ๊ะ... อย่าเอาแบบ "เพื่อนบ้าน" แถวนี้ ที่ไม่ยอมอาบน้ำหลังเลิกงาน อะหุๆๆๆ
ถ้าอยากทราบว่าเป็น "เพื่อนบ้าน" คนไหน...ก้อลองดมตามลิ้งค์ข้างๆ ดูว่า อันไหน "เหม็นๆ" ก้อคนนั้นน่านแหละ 5555
ปล. ถ้าัยังหนาวอยู่ในวันพรุ่งนี้....ก้อนำเรื่องเกี่ยวกับความหนาว มาเล่าให้ฟังกันนะครับ :D
November 9, 2008
โปงลางสะดิ้งฯ
วันนี้ ได้มีโอกาสนอนดูหนังเรื่องหนึ่ง ที่ "สีท่า" จะสนุก แต่ไม่กล้าดูในโรงด้วยเหตุผลคือ "กลัวไม่ฮา คุ้มค่าดู"
พอดีวันนี้ พี่ทรูใจดี เอามาฉาย (จริงๆ ต้องบอกว่า วนฉายรอบที่เท่าไหร่ก้อไม่รู้) ก้อเลยมีโอกาสได้ดู นั้นคือเรื่อง "โปงลางสะดิ้ง ลำซิ่งส่ายหน้า"
จริงๆ ผมเคยถึงเรื่องนี้ไปแล้วทีหนึ่ง เพราะว่าเห็นโปสเตอร์หนังนั้น มีดาราแสดงนำเหมือนเพื่อนรักผม ไม่เชื่อ ดูรูปกันอีกที
(เหมือนม๊ะ....แต่ผมว่าเหมือนนะ)
เข้าเรื่องต่อ...หลังจากดูจบจากหน้าจอทีวี ก้อพูดได้คำเดียวว่า "นี่หนังโรงเหรอว่ะ?" เพราะคุณภาพการถ่ายทำ มันหนังแผ่นชัดๆ
บทหนัง ก้อเหมือนเอาหลายเรื่องๆ มาัรวมกัน เพื่อจะได้ให้ฮาเข้าไป (ถ้าไม่นึกไม่ออก ก้อขอให้นึกถึงเรื่องแสบสนิทฯ ซะ)
บทฮา ก้อใช่จะมีมาก และเป็นตามคาด ที่ฮาๆ มันก้อพอๆ กับที่มันฉาย preview ในโรงน่านแหละ
แต่โดยรวมๆ เค้าพยายามจะขาย "วงโปงลางฯ" ซะ 90% อีก 10% เป็นศิลปะการทำหนัง -"-
แหม...ไม่ต่างที่คิดในแว่บแรกเลยนะ กับหนังเรื่องนี้
ส่วนใครมีความเห็นอย่างไร ก้อ share ผ่าน comments ในนี้ได้นะครับ :D
November 8, 2008
Season Change
วันนี้ รู้สึกว่า สภาพภูมิอากาศในเขต กทม. และปริมณฑลจะแปลกประหลาด จนเข้าขั้น "วิปริต" ก้อว่าได้ ดังจะเห็นได้จากว่า กลางวันนั้น ร้อนตับแล่บ...เพราะกระผมเองนั้น เดินไปขึ้นรถหน้าปากซอย ก้อเหงื่อชุ่ีมแล้ว
พอบ่ายแก่ๆ กทม. ก้อเจ๊อะกับฝนตกหนัก ถึงหนักมาก ฟ้าร้อง ฟ้าแล่บน่ากลัว จริง ๆ (สภาพอากาศแบบนี้ ไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบสาบานอะไรบ่อยๆ นะครับ :D) ดูรูประกอบดีกว่า
![]() |
| From Siwawong's Club |
ภาพนี้ ผมบรรยายเอาไว้ใน tumblr ว่า
Good Afternoon Bangkok! บรรยากาศเหมาะกับการกินเหล้า….มากกว่า นั่งเขียนโปรแกรม หรือทำงานนะครับก้อมันเป็นความจริงนะ บรรยายมันช่างเย้ายวนในนั่้งๆ นอนๆ กินเหล้า กินเบียร์ มากกว่าให้นั่งทำงานหรือเขียนโปรแกรมซะอีก
จะว่าไป...อาจจะเหตุเพราะวันนี้ ผมมาทำงานก้อได้ เลยพาลอยากเบี้ยวซะงั้น แต่ทำไงได้ โปรแกรมต้องส่งเค้าวันจันทร์นี้แล้วอ่ะ -"-
เลยจำเป็นต้องเข้ามาทดสอบระบบก่อนนำส่งลูกค้า....
ตบท้าย ช่วงเย็น....อากาศก้อเริ่มเย็น ลมหนาวพัดมา กลายเป็นเข้าหน้าหนาวไปซะฉิบ !
เล่นเอาสามฤดูในวันเดียวกันแบบนี้ อาจจะส่งผลให้ร่างกายไม่สบายเอาได้ง่ายๆ นะครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ก้อคงเป็น "Boss-S" ที่ไม่สบายหนัก จนล้มหมอนนอนเสื่อ
เพื่อนๆ ที่ผ่านเข้ามาอ่านไดฯ แห่งนี้ ก้อรักษาสุขภาพกันบ้างนะครับ เดี๋ยวจะพาลไม่สบายกันหมด
ถ้าไม่สบายกันหมด...ก้อไม่มีใครเข้ามาอ่านไดฯ ผมซิ...ว่าม๊ะ
อิอิ
November 7, 2008
ซุโดกุ
ซุโดกุ หรือ Sudoku นั้น ในภาษาญี่ปุ่น เป็นคำย่อจากคำว่า ซูจิวะโดะกุชินนิคางิรุ (Suuji wa dokushin ni kagiru) มีความหมายว่า "ตัวเลขต้องมีเพียงเลขเดียว"
ซูโดะกุ (Sudoku) คือ เกมปริศนาตัวเลข ที่ผู้เล่นต้องเลือกใส่ หมายเลขตั้งแต่ เลข 1 ถึงเลข 9 โดยมีเงื่อนไขว่าในแต่แถวและแต่ละหลักตัวเลขต้องไม่ซ้ำกัน ตารางซูโดะกุจะมี 9X9 ช่อง ซึ่งประกอบจากตารางย่อย 9 ตาราง ในลักษณะ 3X3 แบ่งแยกกันโดยเส้นหนา และในแต่ละตารางย่อยจะมีตัวเลข 1 ถึง 9 เช่นเดียวกัน เมื่อเริ่มเกมจะมีตัวเลขบางส่วนให้มาเป็นคำใบ้ และผู้เล่นจะต้องใส่ทุกช่องที่เหลือให้ครบ โดยตามเงื่อนไขว่าแต่ละตัวเลขในแต่ละแถวและหลักจะใช้ได้ครั้งเดียว รวมถึงในแต่ละขอบเขตตารางย่อย การเล่นเกมนี้จำเป็นต้องใช้ความสามารถในด้าน ตรรกะ และความอดทนรวมถึงสมาธิ
เกมนี้เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2522 ในชื่อ นัมเบอร์เพลซ (Number Place) แต่เป็นที่นิยมและโด่งดังในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ ซูโดะกุ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 และเป็นที่นิยมทั่วโลกอีกครั้งในปี พ.ศ. 2548
ในปัจจุบันมีการเล่นตามคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ หนังสือรวมเล่ม โทรศัพท์มือถือ เกมกด คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือเล่นตามอินเทอร์เน็ตตามเว็บไซต์ต่าง
ที่มา : http://www.thaiall.com/sudoku/indexo.html
แล้วทำไมวันนี้ ผมถึงได้เอาคำว่า "ซุโดกุ" มาจั่วหัว....
เพราะว่า ผมกำลังติดเกมนี้ครับ ^O^
จริงๆ อ่ะ ติดมานานแล้ว พักนี้ กลับมาฮิตเล่นใหม่อีกครั้ง แก้เบื่อในรถไฟฟ้าได้ดีทีเดียว แถมเป็นการพัฒนาสมองไปในตัว (หลังจากสมองไม่ค่อยได้พัฒนามานานมาก)
แม้บางครั้งจะเล่นไปแล้วก้อโมโหก้อตาม เพราะรู้สึกว่า Level ง่ายๆ ทำไมเรา take time เยอะัจังว่ะ? หรือไม่ก้อบางครั้งว่า solve มาได้แล้วเชียว กลับตกม้าตาย เพราะหาตัวเลขลงไม่ได้
ต้องมานั่งไล่ลบทีละอันๆ -"-
แต่ก้ออย่างว่าครับ เกมส์นี้ มันอาศัยความอดทน อดกลั้น ต่อสิ่งยั่วยุ
หึ หึ
แต่ตอนนี้ ฝีมือผมยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่? ดังนั้น ผมก้อไม่รู้ว่าจะมีความอดทนต่อไปได้อีกกี่น้ำ....
ไว้รอฝีมือแก่กล้าก่อนนะจ๊ะ...จะเอาผลงานระัดับเทพ มาโชว์
หุหุหุ
November 6, 2008
แก้
จริงๆ วันนี้ ชีิวิตเงียบมาก ไม่มีอะไรจะอัพเดท
ไม่ใช่ว่า เพราะนั่งทำงานเฉยๆ แบบมีความสุขหรอกนะครับ แต่มันมีปัญหาเยอะมาก จนไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลังดี -"-
และปัญหาก้อมีมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เช้า.....
จนกระทั่งตอนเย็น....มีคนเค้าวานให้ดูเรื่องโปรแกรมหน่อย
เป็นโปรแกรมอะไรก้อไม่รู้ เพราะผมไม่ได้เขียน หรือเคยทำมาก่อน คนที่บอกให้ทำ ก้อคือใครก้อไม่รู้ เค้าบอกผ่านเจ๊วรรณมาอีกที (ซึ่งเจ๊วรรณก้อไม่รู้จัก)
เอาเป็นว่าโปรแกรมมันมีปัญหา และอยากจะให้ช่วยหน่อย ><"
เริ่มต้นของปัญหาเค้าบอกว่า เมื่อวานมันก้อไม่เป็นอะไรเลย วันนี้ ดันมีปัญหาซะงั้น งมหาปัญหาแต่เช้าแล้ว แต่ยังไม่เจอว่ามันคือปัญหาอะไร?
อ้าว...แล้วตูจะรู้ไหมนี่ -"-
แต่ the show must go on....ผมก้อพยายามไล่ source code (เป็นพันๆ บรรทัด) ก้อไม่เจอ เลยต้องขอ remote ไปที่ server
หาไปหามา อยู่ชั่วโมงเศษๆ ในที่สุดก้อพบ.....
คุณลูกค้ากำหนดเรื่อง e-mail ผิด
ซึ่งเล่นเอาคุณลูกค้าดีใจน้ำตาแทบไหล และกล่าวขอบคุณว่า "หาแทบตายไม่เจอ....นึกว่า วันนี้จะอยู่ถึงเช้าซะแล้ว"
สำหรับผมเองนั้น...ความรู้สึกมีสองอย่าง อย่างแรก คือ "ดีใจ" ที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนๆ ในวงการ ให้ได้กลับบ้านเร็ว (เข้าใจความรู้สึกที่ต้องอยู่โต้รุ่งดีแหละ) และอีกอย่างคือ นึกถึงคำพูดของ เสี่ยน้ำ ที่ชอบบอกว่า นิสัยผม ชอบคุ้ยแคะแกะเกา (โดยเฉพาะเรื่องชาวบ้านไปทั่ว)
เพราะครั้งนึง ผมไปบ้าน เสี่ยน้ำ และได้พบกับ "หลักฐานทางโบราณคดี" หลายๆ ชิ้น ที่อาจจะทำให้ ครอบครัว เสี่ยน้ำ ราวฉานได้ในบัดดล...
ทำให้ เสี่ยน้ำ ต้องพูดทำนอง (ประชด) ว่า "วันหลัง มาบ้านกูอีกนะ ของกูหายเพียบเลย ช่วยค้นหาให้หน่อย"
-"-
แต่ พอเจอเหตุการณ์วันนี้ แล้ว ก้อเริ่มคิดว่า เสี่ยน้ำ ท่าจะพูดจริง -> โปรแกรมที่เคยเห็นมาก่อน source code มีเป็นพันๆ บรรทัด ชาวบ้านชาวเมืองเค้าหาสาุเหตุกันแต่เช้า
ไอ่นี่มาถึง ใช้เวลาไม่ถึง สอง ชม. แก้ให้เค้าได้....
สงสัย ต้องไปรับจ๊อบ คุ้ยเขี่ย หาของหายซะแล้ว
ท่าทางจะรุ่งดี
ปล. ต่อไปนี้ เรียกผมว่า "ซ้อแปด" นะครับ หึ หึ
November 5, 2008
หาย
สวัสดี มิตรรักแฟนไดฯ ที่เคารพรักยิ่ง
ช่วงนี้ กระผมเจ้าของไดฯ หายหน้าหายตาไปจากไดฯ แห่งนี้เป็นช่วงเวลาหนึ่ง ถ้านับระยะเวลาที่หายไป ก้อประมาณ 1 เดือนได้
วันนี้ ที่กลับมาอัพไดฯ อีกครั้งก้อเพราะว่า นึกได้ว่า ยังไม่ได้อัพไดฯ เลย แหะๆ
กอบกับที่ผ่านมา ก้อยุ่งๆ (ไม่รู้จะยุ่งอะไรกันหนักหนาเน๊อะ) แถมหันมาใช้ Google Chrome ซึ่งทำให้เขียนไทยลำบาก (จริงไม่ได้ลำบากหรอก แต่โคตรยากเลย) แม้จะใช้ง่าย และเลิศกว่า Firefox มากมาย (เพราะเปิด FF บนเครื่องผมกินเวลา 1 นาที แต่ Chrome ใช้เวลาน้อยกว่านั้น)
จากทั้งหมดที่กล่าวมา.....ก้อเลยทำให้เป็นสาเหตุที่ไม่ค่อยได้อัพฯ นี้เท่าไหร่?
อย่าว่าแต่ไดฯ นี้เลย twitter ก้อไม่ค่อยเล่น tumblr ก้อไม่ค่อยมีอะไรมาใส่ หยุดสนใจสิ่งรอบข้างมาเป็นเดือนๆ
T_T
เอาหล่ัะวันนี้ ถือเป็นวันที่ "เปลี่ยน" หรือภาษาอังกฤษว่า "CHANGE" เพราะวันนี้ อเมริกาก้อได้ผู้นำผิวสี(ดำ) คนแรกในประวัติศาสตร์ (ส่วนอังกฤษจะได้อดีตผู้นำ Phone-in ก้อเป็นอีกเรื่อง....แต่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่ :P)
กระผมก้อขอนำวันนี้ มาเป็นวันเริ่มต้นอัพไดฯ ใหม่อีกครั้ง และหวังว่า บรรดามิตรรักที่ (แอบ) อ่าน ก้อจะคงอ่านและให้กำลังใจกันต่อไป
สวัสดี
ปล. ช่วงนี้ ของด highlight สีแดง หรือสีเหลืองก่อนนะครับ เพราะเดี๋ยวจะมีคนมาตีกระบาลผมซะก่อน :D



